แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวกีฬา แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวกีฬา แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2555


ถือเป็นข่าวเศร้าต่อวงการแบดมินตันไทย  เมื่อ ด..ปราโมทย์ ธีระวิวัฒน์ อดีตนักแบดมินตันชายคู่ทีมชาติไทย วัย 45 ปี ที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งปอดระยะสุดท้าย และเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลรามาธิบดี นั้น ล่าสุด เมื่อช่วงเช้าของวันที่ ตุลาคม ด..ปราโมทย์ เสียชีวิตแล้ว โดยญาติจะเตรียมนำศพอดีตนักตบลูกขนไก่ทีมชาติไทย กลับไปบำเพ็ญกุศลที่วัดถาวรวราราม จังหวัดกาญจนบุรีต่อไป
.เจริญ วรรธนสิน นายกสมาคมแบดมินตันแห่งประเทศไทย เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวมติชนว่ารู้สึกเสียใจกับการจากไปของด..ปราโมทย์ ส่วนเรื่องการช่วยเหลือนั้น ตลอด ปีที่ผ่านมาทางสมาคมฯ ช่วยมาตลอด ล่าสุด ได้ทำเสื้อขายในการแข่งขัน เอสซีจี ออล ไทยแลนด์ แชมเปี้ยนชิพ 2012″  ที่เดอะมอลล์ บางกะปิ และยังมอบเงินที่มาจากผู้สมัครเข้าแข่งขันแบดมินตันรายการดังกล่าว ให้ครอบครัวธีระวิวัฒน์ทั้งหมด รวมไปถึงรายได้อีก แสนบาท ที่มาจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจัดฟุตบอลนัดพิเศษไปเมื่อวันที่ ตุลาคมที่ผ่านมา ถือว่าเป็นเรื่องดี ที่ทุกฝ่ายช่วยกันคนละไม้คนละมือ
ส่วน น้องเมย์” รัชนก อินทนนท์ ได้เขียนถึงด..ปราโมทย์ผ่านอินสตาแกรมว่า
แด่โค้ชสุดที่รัก ถึงแม้พี่จะไม่อยู่สอนพวกหนูแล้ว เมย์ก็อยากบอกพี่ว่า ทุกวันที่เมย์มีวันนี้ พี่ก็เป็นส่วนหนึ่งที่สอนและให้ประสบการณ์ พี่เป็นโค้ชที่รักนักกีฬาเหมือนลูก ไม่อยากเห็นนักกีฬาเสียใจ แต่ก็ตักเตือนในสิ่งที่ไม่ดีให้กับพวกเรา ขอบคุณมากๆ นะคะพี่โมทย์ จากวันนั้น ที่เมย์เห็นพี่ครั้งสุดท้าย เมย์อยากบอกว่าพี่เป็นคนที่สู้มาก ถึงแม้โรคมันร้ายแรงแต่พี่ถือว่าสู้ได้สุดยอด เมย์ชอบมากที่ได้ยินว่า ผมจะสู้ใจพี่เกินร้อยจริงๆ ค่ะ แด่สวรรค์คาลัย ขอให้พี่นอนหลับสบาย หมดทุกข์หมดโศก พวกเรารักพี่โมทย์มากๆ ค่ะ
สำหรับ ผลงานของ ด..ปราโมทย์ ในช่วงเป็นนักกีฬาแบดมินตัน ลงเล่นซีเกมส์ในนามทีมชาติไทย ประเภทชายคู่ สมัย เอเชียนเกมส์ สมัย สามารถคว้าเหรียญทองประวัติศาสตร์ในซีเกมส์ได้เมื่อ ค.. 2000 ที่ประเทศบรูไนเป็นเจ้าภาพ ขณะที่เอเชียนเกมส์ สามารถคว้าเหรียญเงินใน ค.. 1998 และ 2002 ที่ไทยและเกาหลีใต้เป็นเจ้าภาพตามลำดับ นอกจากนี้ ผลงานการจัดอันดับโลก ก็สามารถยึดตำแหน่งมือ ของโลก ได้ถึง ครั้งด้วยกัน
เครดิตมติชนออนไลน์

วันจันทร์ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2555



“บีร็อด” เบรนเดน ร็อดเจอรส์ กุนซือ “หงส์แดง กำลังจับจ้องสถานการณ์ขัดแย้งระหว่าง “เดอะโอนลี่ วัน” โจเซ่ ฆูริญโญ่ กุนซือชาว โปรตุกีสของทีมราชันชุดขาว กับ เมซุต โอซิล หลังจากอนาคตในการค้าแข้งในถิ่น ซานติเอโก้ เบอร์นาบิว ของเพลย์เมกเกอร์อินทรีเหล็กเชื้อสายตุรกี  เริ่มสั่นคลอนหลังจาก การที่ “ราชันชุดขาว” ได้ตัว ลูก้า โมดริช ห้องเครื่องไก่เดือยทองมาร่วมทัพ ทำให้ กองกลางตาโตต้องตกไปเป็นเพียงตัวสำรองเท่านั้น นอกจากนี้ แหล่งข่าววงในยังอ้างว่า ฆูริญโญ่ ไม่ค่อยพอใจการใช้ชีวิตนอกสนามของ กองกลางวัย 24 ปีรายนี้เท่าไรนัก เนื่องจากชอบ ออกไปตระเวนราตรีในกรุงมาดริด ทำให้ส่งผลกระทบต่อฟอร์มในสนาม แม้ โอซิล จะเหลือสัญญากับ มาดริดจนถึงปี 2016 แต่ถ้าหาก ยังมีความขัดแข้งแบบนี้ต่อไป ก็มีโอกาสสูง ที่ รีล มาดริด จะปล่อยตัวดาวเตะรายนี้ ซึ่งก็จะเป็นโอกาสของ ร็อดเจอรส์ ที่ให้ความสนใจที่จะดึงตัว เมซุต โอซิล เข้ามาปั้นเกมส์ในถิ่นแอนฟิลด์

ที่มาhttp://sport.mthai.com/

ชมคลิป ไฮไลท์ฟุตบอล แอสตัน วิลล่า 1-1 เวสต์ บรอมวิช (Aston Villa 1-1 )


วันอาทิตย์ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2555


คลิปเป็นข่าว : สาวเปลือย แก้ผ้าป่วนบอลเด็ก แหมแม้แต่บอลเด็กยังไม่เว้น
ไม่รู้เธอเสียสติหรือคิดอย่างไร ถึงทำแบบนี้ สงสัยแล้วไปดูกันได้เลย



ขอบคุณ Youtube.com

ประเดิม "ราชันชุดขาว"แกร่งต้อนรับ"ลา คอรุนญ่า"
ฟุตบอลลีกยุโรปวันอาทิตย์นี้มีทุกลีกให้ติดตาม พรีเมียร์ อังกฤษ มีคู่เดียว แอสตั้น วิลล่า เปิดบ้านเจอ เวสต์บรอมวิช ด้านศึกลา ลีกา สเปน "ราชันชุดขาว"รีล มาดริด แชมป์เก่า เล่นในถิ่นเจอ ลา คอรุนญ่า ขณะที่ กัลโช่ ซีรีส์ เอ อินเตอร์ มิลาน ดวลกับ ฟิออเรนติน่า ทีมไหนจะชนะ ต้องลุ้น

พรีเมียร์ลีก

-แอ สตั้น วิลล่า-เวสต์บรอมวิช - "สิงห์ผงาด"แอสตั้น วิลล่า ช่วงหลังเริ่มเก็บแต้มได้ ทำให้อันดับดีขึ้นเยอะ นัดล่าสุดยังบุกชนะแมนฯ ซิตี้ ศึกแคปิตอล วัน คัพ ยิ่งมั่นใจขึ้นไปอีก เกมนี้จะไม่มี แกรี่ การ์ดเนอร์, ริชาร์ด ดันน์, สตีเฟ่น ไอร์แลนด์ ล้วนบาดเจ็บทั้งหมด แต่ตัวสำคัญอย่าง ดาร์เรน เบนต์, กาเบรียล อักบอนลาฮอร์, แบร์รี่ แบนแนน พร้อมลงสนาม

ส่วน "เดอะ แบ๊กกีส์"เวสต์บรอมวิช เพิ่งตกรอบแคปิตอล วัน คัพ มาเมื่อกลางสัปดาห์ แต่ผลงานในลีกยังไปได้สวย ทำคะแนนเกาะกลุ่มหัวตาราง เกมนี้ไม่มี เฌอโรม โธมัส ที่บาดเจ็บ ขณะที่ ปีเตอร์ โอเด็มวิงกี้ ติดโทษแบน และต้องเช็กความฟิต เจมส์ มอร์ริสัน, โกรัน โปปอฟ, สตีเว่น รีด, เลียม ริดจ์เวลล์ อย่างไรก็ตาม โรเมโล ลูกากู, เชน ลอง, ยุสซุฟ มูลุมบู, เคลาดิโอ ยาค็อบ จะลงเป็นแกนหลักของทีมตามเดิม

ทั้งสองต่างมีความมั่นใจสูง แต่ "สิงห์ผงาด" จะได้เปรียบในฐานะที่เป็นเจ้าบ้าน มีโอกาสคว้าชัยสูงกว่า

ลา ลีกา

-รี ล มาดริด-ลา คอรุนญ่า - "ราชันชุดขาว" รีล มาดริด เริ่มคืนฟอร์มหลังเก็บชัยได้ต่อเนื่อง เกมนี้สภาพทีมสมบูรณ์ไร้ตัวเจ็บหรือติดโทษแบน นำทัพโดย คริสเตียโน่ โรนัลโด้, คาริม เบนเซม่า, เมซุต โอซิล, ซาบี อลอนโซ่

"ซูเปอร์เด ปอร์"ลา คอรุนญ่า เริ่มฟอร์มหลุดไม่ชนะใครมา 4 นัดติด เกมนี้จะไม่มี เฮซุส บาซเกซ ที่มีอาการเจ็บ แต่ไม่ส่งผลกระทบอะไรมาก แข้งหลักอย่าง อีบัน ซานเชซ ริกิ, ฮวน คาร์ลอส บาเลรอน, บรูโน่ กาม่า, ปิซซี่ ยังเป็นตัวชูโรงตามปกติ

แชมป์ เก่า รีล มาดริด กำลังเรียกความมั่นใจกลับคืนมาทีละน้อย ศักยภาพก็แข็งแกร่งระดับโลกอยู่แล้ว แถมได้เล่นในบ้านอีก น่าจะยิงกระจาย

-เอส ปันญ่อล-แอตฯ มาดริด - "นกแก้ว"เอสปันญ่อล ฟอร์มแย่แบบกู่ไม่กลับ เพิ่งเก็บได้แต้มเดียวในฤดูกาลนี้ เจอทีมแกร่ง "ตราหมี"แอตฯ มาดริด ที่ยังไม่รู้จักคำว่าแพ้ โดยพกสถิติชนะต่อเนื่อง 6 นัดในทุกรายการมาด้วย โดยเฉพาะ ราดาเมล ฟัลเกา หัวหอกทีมชาติโคลัมเบีย ที่ยิงไปแล้ว 6 ลูก เป็นดาวซัลโวขณะนี้ มองแล้วเจ้าบ้านไม่น่ากลับมาได้ในเกมนี้ เต็มที่ก็คงได้แค่เสมอ แต่มีแววพ่ายคาบ้านสูงลิบ


กรานาด้า-เซลต้า บีโก้ - กรานาด้าฟอร์มสุดบู่ยังชนะใครไม่เป็นเลย เจอกับ เซลต้า บีโก้ ที่แม้ผลงานโดยรวมดูดีกว่า แต่เกมนอกบ้านย่ำแย่แพ้รวด เจ้าถิ่นมีโอกาสชนะประเดิมฤดูกาล

-รีล บายาโดลิด-ราโย่ บาเยกาโน่ - เจ้าถิ่นฟอร์มสะดุดแพ้มา 3 นัดติดกันแล้ว ขณะที่ราโย่ บาเยกาโน่ ก็อยู่ในสภาพไม่ต่างกัน ไม่ชนะมาแล้ว 3 เกม มองแล้วคู่นี้สามารถออกได้ 3 หน้า อยู่ที่ใครจะฉวยโอกาสได้ดีกว่ากัน แต่โอกาสเจ๊ามีมากที่สุด

-โอซาซูน่า-เลบันเต้ - โอซาซูน่าฟอร์มเละเทะจมบ๊วยด้วยผลงานเก็บไปแต้มเดียวเท่านั้น ต้องเจอกับเลบันเต้ ที่ทำผลงานได้ดีทั้งในลีกและฟุตบอลยุโรป มองสภาพแล้วเจ้าบ้านเหนื่อยแน่

บุนเดสลีกา

-แฟรง ก์เฟิร์ต-ไฟรบวร์ก - เจ้าบ้านฟอร์มสุดหรูเตะมา 5 นัดยังไม่แพ้ใครเลย เกมนี้พบกับ ไฟรบวร์ก ที่ฟอร์มการเล่นยังไม่เตะตาเท่าไหร่ มองแล้วเจ้าบ้านน่าชนะต่ออีกเกม

-โวล์ฟสบวร์ก-ไมนซ์ - "หมาป่า"โวล์ฟสบวร์ก ฟอร์มย่ำแย่ ไม่ชนะใครมา 4 นัดติดกัน เปิดบ้านเจอกับไมนซ์ ที่หนักไปทางแพ้เช่นกัน "หมาป่า" เล่นในบ้าน เจอคู่แข่งที่ฟอร์มย่ำแย่ น่าจะเก็บชัยชนะได้

กัลโช่ ซีรีส์ เอ

-อู ดิเนเซ่-เจนัว - อูดิเนเซ่ไม่แพ้ใครมา 5 เกมต่อเนื่อง ขณะที่เจนัวก็กำลังทำได้ดี ไม่แพ้มา 2 นัดติดกัน แต่อูดิเนเซ่เป็นเจ้าบ้านย่อมได้เปรียบ มีโอกาสชนะสูงกว่าแน่

-อตา ลันต้า-โตริโน่ - อตาลันต้าทำผลงานโดยรวมได้ไม่เลวนัก แถมนัดนี้เล่นในบ้านตัวเอง แต่ต้องเจอกับ "กระทิงหิน"โตริโน่ ที่แพ้ยากแถมมีเกมรับเหนียวแน่น มองแล้วไม่ง่ายสำหรับทั้งคู่ น่าออกเจ๊า

-โบ โลญญ่า-คาตาเนีย - "รอสโซ่บลู"โบโลญญ่า เพิ่งแพ้เซียน่า 0-1 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา นัดนี้เล่นในบ้านเจอกับ "ช้างศึก"คาตาเนีย ที่ผลงานดี แต่ไม่เก่งเกมนอกบ้าน ยังเชื่อว่าเจ้าถิ่นน่าจะเป็นฝ่ายเก็บ 3 คะแนนเต็ม

-กายารี่-เปสคาร่า - "ชาวเกาะ"กายารี่ ผลงานสุดบู่ เพิ่งเก็บไป 2 แต้มจากการลงเตะ 5 นัด แต่เจอกับน้องใหม่เปสคาร่า ที่ผลงานยังไม่น่าประทับใจเท่าไหร่ เป็นโอกาสดีของเจ้าบ้านที่จะเก็บชัยชนะนัดแรกของฤดูกาล

-ลา ซิโอ-เซียน่า - "อินทรีฟ้าขาว"ลาซิโอ ฟอร์มแผ่วไม่ชนะมาติดกัน 3 นัดจากทุกรายการ โดยยิงไม่ได้แม้แต่ประตูเดียว ผิดกับ เซียน่า ที่คึกสุดขีดไม่แพ้มา 3 เกมต่อเนื่อง จนหนีตำแหน่งบ๊วยได้แล้ว "อินทรีฟ้าขาว" เกมรุกเฉียบคมกว่า น่าได้ 3 แต้ม

-ปาแล ร์โม่-คิเอโว่ - "โรซาเนโร่"ปาแลร์โม่ ตกต่ำสุดขีดเพิ่งเก็บแต้มเดียวเท่านั้น ขณะที่ "ม้าศึก"คิเอโว่ สภาพเละเทะไม่ต่างกันแพ้ต่อเนื่อง 4 เกมเข้าไปแล้ว ผีเน่าโลงผุมาเจอกันแบบนี้ โอกาสแบ่งแต้มสูง

-ซามพ์โด เรีย-นาโปลี - "ลาซามพ์"ซามพ์โดเรีย ที่เพิ่งเลื่อนชั้นขึ้นมา แต่ฟอร์มสุดแกร่งยังไม่แพ้ใครเลย เกมนี้พบของแข็งอย่าง "เนเปิลส์"นาโปลี ที่เก็บแต้มเป็นกอบเป็นกำ และลุ้นเบียดแย่งตำแหน่งจ่าฝูง ดูแล้วทีมเยือนยังแกร่งกว่า ลุ้นบุกชนะออกไป

-อินเตอร์ มิลาน-ฟิออเรนติน่า - "งูใหญ่"อินเตอร์ มิลาน แม้จะเกาะกลุ่มหัวแถวของตาราง แต่ฟอร์มการเล่นยังตะกุกตะกักหาความแน่นอนไม่ได้ เกมนี้จะไม่มี เวสลีย์ สไนจ์เดอร์, เดยัน สแตนโควิช, แม็คโดนัลด์ มาริก้า ที่บาดเจ็บ และต้องเช็กความฟิต โรดริโก ปาลาซิโอ "ม่วงมหากาฬ"ฟิออเรนติน่า ช่วงหลังผลงานดีไม่แพ้มา 3 นัดติดกัน แถมนัดล่าสุดเก็บแต้มได้จากยูเวนตุส น่าจะทำให้มั่นใจขึ้นอีก นัดนี้จะขาด อัลแบร์โต้ อควิลานี่, ฟรานเชสโก้ เดลลา ร็อกค่า ที่มีอาการเจ็บ และต้องลุ้นความฟิต มูเนียร์ เอล ฮัมดาอุย

เวลา นี้ต่างมีดีไปคนละแบบ "งูใหญ่" มีนักเตะชื่อชั้นดีกว่าแถมได้เล่นในบ้าน ขณะที่"ม่วงมหากาฬ" กำลังลงตัวและเล่นด้วยความมั่นใจสูง เกมนี้คงเป็นงานยากสำหรับทั้งคู่ แต่เจ้าถิ่นเก๋าเกมไม่น้อย และมีดีพอจะเฉือนชนะไปได้
 


ตะลึง!! น้องแต้ว  ลุคใหม่  โชว์เซ็กซี่  ขึ้นปกนิตยสารดัง
ในงานคอนเสิร์ต  Real Fantasy  2012   ของสาวน้อยไอยู  ได้โชว์พลังเสียงอันไพเราะให้แฟนๆได้ฟังกัน   นอกจากนี้ ไอยู ยังโชว์สเตปการเต้นเพลง กังนัม สไตล์  ของไซ  และการแสดงที่แฟนๆให้ความสนใจคือ การโชว์แดนซ์ในเพลง Cirus  ของ บริตนีย์  สเปียร์      ซึ่งการแสดงสุดเซ็กซี่ของ ไอยู  เปลี่ยนภาพลักษณ์จากสาวหวานๆ   ไอยู มาพร้อมกับชุด  เสื้อเชิ้ตสีขาว และกางเกงขาสั้น ขึ้นแสดงคอนเสิร์ต  ไปชมคลิปกันเลยค่ะ
แต้ว  พิมศิริ ศิริแก้ว
แต้ว  พิมศิริ ศิริแก้ว 
แต้ว  พิมศิริ ศิริแก้ว
แต้ว  พิมศิริ ศิริแก้ว 
แต้ว  พิมศิริ ศิริแก้ว
แต้ว  พิมศิริ ศิริแก้ว 
แต้ว  พิมศิริ ศิริแก้ว
แต้ว  พิมศิริ ศิริแก้ว 


ประเดิมชัย!! "หงส์" 5-2 ประเดิมชัย เรือพลิกแซง
หลุยส์ ซัวเรส หัวหอกอุรุกวัยระเบิดฟอร์มทำแฮตทริกช่วยให้ ลิเวอร์พูล ประเดิมชัยนักแรกในของฤดูกาลด้วยการบุกถล่ม นอริช ซิตี 5-2 ขณะที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี เอาตัวรอดพลิกแซงชนะ ฟูแล่ม 2-1 ในเกมพรีเมียร์ เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 29 ก.ย. ที่ผ่านมา
       
       ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ
       นอริช ซิตี 2-5 ลิเวอร์พูล
       
       "นกขมิ้น" นอริช เปิดรังต้อนรับ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ที่ยังมองหาชัยชนะนัดแรกในลีก เกมนี้ คริส ฮิวจ์ตัน ส่ง สตีฟ มอร์ริสันจับคู่ ซิโมน แจ็คสัน ในตำแหน่งศูนย์หน้า ขณะที่ เบรนแดน ร็อดเจอร์ ให้โอกาส ซูโซ และ ราฮีม สเตอร์ลิง ลงเป็นตัวจริงต่อเนื่อง โดยมี สตีเว่น เจอร์ราด ทำหน้าที่จอมทัพคุมเกมตรงกลาง
       
       ออกสตาร์ทมานาทีแรกของเกม จอห์นสัน ลากตัดเข้าในจากฝั่งซ้ายพยายามจ่ายยัดเข้าเขตโทษบอลติดแนวรับเจ้าบ้านมาเข้าทาง ซัวเรส ซัดเรียดด้วยขวาบอลพุ่งเข้ามุมประตูส่งให้ทีมออกนำ 1-0อย่างรวดเร็ว ผ่าน 10 นาที แบรดลีย์ จอห์นสัน น่าจะตามตีเสมอให้ "นกขมิ้น" ได้ทันควันจากการหลุดขึ้นมายิงมุมแคบ ทว่า เปเป เรนา บีบออกมาปิดมุมช่วยเซฟไว้ได้หวุดหวิด
       
       ผ่านช่วง 20 นาทีแรก บอลกับพื้นของ ลิเวอร์พูล ยังทำเกมบุกได้ต่อเนื่องและหาจังหวะลุ้นยิงประตูได้บ่อยครั้ง กระทั้งนาที 22 ลีออน เบนเน็ตท์ เข้าปะทะ หลุยส์ ซัวเรส ด้านหลังก่อนดาวยิงอุรุกวัยล้มลงไปขอจุดโทษแต่ผู้ตัดสินยังเฉย ถัดมา 3 นาที บอลยาวของ นอริช ป่วนแนวรับ "หงส์แดง" ได้อีก โจนาธาน ฮอว์สันชงมาให้ แจ็คสัน วอลเลย์ เต็มเท้าบอลเหินคานไปไม่ไกล
       
       เข้าสู่นาที 30 เกมออกรสชาติมากขึ้นเป็นทีมเยือนนน่าจะหนีห่างออกไปก่อน จากลูกทิ้งตัวโหม่งของ เจอร์ราร์ด โชคยังดีมี จอห์น รัดดี ช่วยซูเปอร์เซฟเอาไว้ได้ จากนั้น "นกขมิ้น" โต้กลับเร็ว แบรดลีย์ จอห์นสัน ยิงไกลบอลถูกเปลี่ยนทางโดย แจ็คสัน เรนา พุ่งปัดทิ้งหวุดหวิดแต่กรรมการยกเป็นลูกล้ำหน้าก่อน และเป็น ซัวเรส มาพังประตูที่สองของตัวเองด้วยลูกยิงไซร์ก้อย จากจังหวะพลาดของ ไมเคิล เทอร์เนอร์ พร้อมปิดครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นำ 2-0
       
       กลับมาเล่นครึ่งหลัง นอริช น่าจะได้ประตูไล่มา บอลโยนข้ามมาเสาสอง อันดรูว เซอร์แมน ชาร์ตจ่อๆ บอลมาถูก โรเบิร์ต สน็อดกราสส์ ข้ามออกไป หลังไม่เสีย ลิเวอร์พูล มาได้ประตูหนีห่าง 3-0 ซัวเรส พาบอลข้ามเขตโทษล็อกหนึ่งจังหวะก่อนจ่ายใส่พานให้ นูริ ซาฮิน วิ่งมาแปเน้นๆ บอลซุกก้นตาข่ายง่ายๆ
       
       นาที 56 ซัวเรส มาทำแฮตทริกแรกของตัวเองในฤดูกาลนี้ได้สำเร็จกลายเป็นประตูนำห่าง 4-0 จากจังหวะเอียงตัวปั้นบอลผ่านตัว รัสเซลล์ มาร์ติน ที่ได้แต่ยืนมองบอลโค้งเข้าทางเสาร์ 2 อย่างสวยงามชนิดที่ จอห์น รัดดี ได้แต่ยืนมอง และ 4 นาทีถัดมา เรนา เซฟลูกยิงของ มาร์ติน มาเข้าทาง สตีฟ มอร์ริสัน กดซ้ำเข้าไปไม่มีเหลือไล่มาห่างๆ 1-4
       
       จังหวะขึ้นเกมริมเส้นในนาที 67 ของ สเตอร์ลิง ตบเข้ากลางเป็น เจอร์ราร์ด วิ่งมาแปบอลแฉลบ เบนเน็ตท์ บอลผ่าน รัดดี ที่หลงทางไปแล้วเข้าประตูไปง่ายๆ หนีห่างเป็น 5-1 โดยช่วงท้ายเกม แรนท์ โฮลท์ ตัวสำรองมาทำประตูปลอบใจไล่มาเป็น 2-5 ทว่า "หงส์แดง" ที่เหนือกว่าทุกทางเผาเวลาประเดิมชัยชนะเป็นนักแรกของฤดูกาลอย่างสวยหรู เก็บเพิ่มเป็น 5 แต้ม ขณะที่ นอริช ยังต้องรอชัยชนะต่อไป
       
       ขณะที่ผลอีกคู่ แมนเชสเตอร์ ซิตี ที่ถูก ฟูแลม ขึ้นนำก่อนจากจุดโทษของ มลาเดน เพทริช ในช่วงครึ่งแรก พลิกกลับมาคว้าชัย 2-1 ได้สำเร็จจาก 2 ประตูของ เซร์คิโอ อกูเอโร ช่วงท้ายครึ่งแรก และ เอดิน เชโก ในช่วงท้ายครึ่งหลังเอาตัวรอดเก็บชัยชนะเป็นเกมแรกใน 4 เกมหลังสุดในทุกรายการ
       
       รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม 
       นอริช ซิตี : จอห์น รัดดี, รัสเซลล์ มาร์ติน, ไมเคิล เทอร์เนอร์, ฮาร์เวีย การ์ริโด, ลีออน เบนเน็ตท์, แบรดลีย์ จอห์นสัน, โรเบิร์ต สน็อดกราสส์, โจนาธาน ฮอว์สัน, อันดรูว เซอร์แมน, ซิโมน แจ็คสัน, สตีฟ มอร์ริสัน
       ลิเวอร์พูล : เปเป เรนา, เกล็น จอห์นสัน, แดเนียล แอ๊กเกอร์, มาร์ติน สเคอร์เทล, อังเดร วิสดอม, นูริ ซาฮิน, สตีเว่น เจอร์ราด, โจ อัลเลน, หลุยส์ ซัวเรส, ซูโซ, ราฮีม สเตอร์ลิง
       
       สรุปผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำวันเสาร์ที่ 29 ก.ย.
       
       อาร์เซนอล 1-2 เชลซี
       [0-1 เฟร์นันโด ตอร์เรส น.20, 1-1 แชร์วินโญ น.42, 1-2 ฆวน มาตา น.53]
       
       เอฟเวอร์ตัน 3-1 เซาแธมป์ตัน
       [0-1 แกสตัน รามิเรซ น.6, 1-1 ลีออน ออสมัน น.25, 2-1 นิกิกา เยลาวิช น.32, 3-1 นิกิกา เยลาวิช น.38]
       
       ฟูแลม 1-2 แมนเชสเตอร์ ซิตี
       [1-0 มลาเดน เพทริช น.10 (จุดโทษ), 1-1 เซร์คิโอ อกูเอโร น.44, 1-2 เอดิน เชโก น.87]
       
       นอริช ซิตี 2-5 ลิเวอร์พูล
       [0-1 หลุยส์ ซัวเรส น.2, 0-2 หลุยส์ ซัวเรส น.38, 0-3 นูริ ซาฮิน น.47, 0-4 หลุยส์ ซัวเรส น.57, 1-4 สตีฟ มอริสัน น.61, 1-5 สตีเวน เจอร์ราร์ด น. 68, 2-5 แกรนท์ โฮลท์ น.87]
       
       เรดดิง 2-2 นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด
       [1-0 จิมมี เคเบ น. 57, 1-1 เดมบา บา น.59, 2-1 โนเอล ฮันท์ น.62, 2-2 เดมบา บา น.83]
       
       สโต๊ค ซิตี 2-0 สวอนซี ซิตี
       [1-0 ปีเตอร์ เคราช์ น.12, 2-0 ปีเตอร์ เคราช์ น.36]
       
       ซันเดอร์แลนด์ 1-0 วีแกน
       [1-0 สตีเฟน เฟล็ทเชอร์ น.51]
       
       แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2-3 สเปอร์ส
       [0-1 แยน แฟร์ตองเกน น.2, 0-2 แกเร็ธ เบลล์ น.32, 1-2 หลุยส์ นานี น.51, 1-3 คลินท์ เดมพ์ซีย์ น.52, 2-3 ชินจิ คากาวะ น.54]




แหล่งข่าว ข่าวเมเนเจอร์


ไก่จิกแมนยู 3-2 ชนะในถิ่นโอลด์แทร็ฟฟอร์ด ในรอบ 23 ปี
ผลการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ คู่ดึกวันที่ 29 เม.ย. ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ หยุดสถิติไม่เคยมาชนะที่โอลด์ แทรฟฟอร์ดของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในรอบ 23 ปีได้สำเร็จ ในเกมที่สถานการณ์พลิกไปมาในครึ่งหลัง ก่อนจบด้วยสกอร์ 2-3 ประตู

 ครึ่งแรกทีมเยือนเล่นเหนือกว่าชัดเจน และทำประตูตั้งแต่นาทีที่ 2 โดย แยน เวอร์ท็องเกน นักเตะหน้าใหม่ของสโมสร จากนั้นนาที 32 แกเร็ธ เบล ทำเพิ่มอีก เป็น 2-0 

 ครึ่งหลัง เกมระทึกอยู่ในช่วงนาทีที่ 50 กว่าๆ เริ่มตั้งแต่นาที 51 แมนยูไล่ขึ้นมาเป็น 1-2 เวย์น รูนีย์ หลุดมาทางขวาก่อนผ่านเข้ากลางให้นานี่ยิงเข้าไป
 ถัดมานาทีเดียว สเปอร์ ได้ประตูหนี 3-1 จากลูกตามซ้ำของคลินต์ เดมพ์ซี่ย์ กระทั่งนาที 54 แฟนแมนฯ ยูได้เฮอีกครั้ง เมื่อโรบิน ฟาน เพอร์ซี่ จ่ายให้ ชินจิ คากาวะ นักเตะแดนอาทิตย์อุทัย ยิงเสียบโคนเสาเข้าไปให้ทีมไล่มาเป็น 2-3

 จากนั้นแมนยูโหมบุก แต่ไม่เป็นผล ลูกเตะของเวย์น รูนีย์ ชนเสาสนั่น เช่นเดียวกับลูกโหม่งของไมเคิล คาร์ริก ขณะที่ลูกแฮนด์บอลของนักเตะสเปอร์ในกรอบเขตโทษไม่ได้รับการพิจารณา จบเกมแมนยูพ่ายนัดที่สองในการเล่น 6 นัด หล่นไปรั้งอันดับ 3 ต่อจากเชลซีและเอฟเวอร์ตันที่ต่างคว้าชัยไปก่อนหน้านี้



แหล่งข่าว ข่าวสด

วันเสาร์ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2555


เจ้าท่า ต้านไม่ไหวโดนปลาทูบุกแซงพ่ายคาถิ่น 1-2
สิงห์เจ้าท่า การท่าเรือไทย เอฟซี เหลือผู้เล่น 10 คนท้ายเกม ต้านไม่ไหวแม้นำก่อน แต่โดนปลาทูคะนอง เจนิฟู้ด สมุทรสงคราม ยิงคืน 2 ประตูรวด พ่ายคาถิ่น 1-2 ต้องหนีตกชั้นต่อไป
การท่าเรือไทย 1 - 2 เจนิฟู้ด สมุทรสงคราม
การแข่งขันฟุตบอลสปอนเซอร์ไทยพรีเมียร์ลีกประจำวันเสาร์ที่ 29 ก.ย.55 คู่เร็วสุดเมื่อเวลา 16.30 น.ที่ผ่านมา ที่สนามแพท สเตเดี้ยม “สิงห์เจ้าท่า” การท่าเรือไทย เอฟซี ทีมอันดับ 16 ของตารางมีอยู่ 27 คะแนน เปิดบ้านรับการมาเยือนของ “ปลาทูคะนอง” เจนิฟู้ด สมุทรสงคราม เอฟซี ทีมอันดับ 10 ของตารางมี 34 คะแนน โดยเลกแรกที่พบกันที่ อบจ.สมุทรสงคราม เป็นการท่าเรือที่บุกไปเอาชนะมาได้ 2-1
 
ออกสตาร์ทเกมมาได้ 3 นาที เจ้าถิ่นการท่าเรือไทย ได้ทักทายก่อนจากการยิงหน้าเขตโทษของ สราวุฒิ คงเจริญ แต่บอลนั้นเบาและไปตรงตัว ลูคัส แดเนี่ยล นายทวารทีมเยือนรับเอาไว้ได้
 
ผ่านไป 15 นาทีรูปเกมค่อนข้างสูสีกันจังหวะลุ้นทำประตูของทั้งคู่ยังมีไม่มากนัก ส่วนใหญ่จะสู้กันในแดนกลางเสียมากกว่า พอถึงพื้นที่สุดท้ายต่างก็ทำบอลเสียกันไปเอง
 
น.19 เป็นโอกาสของทีมเยือนเจนิฟู้ด สมุทรสงคราม บ้าง เซซินานโด้ เปิดบอลเรียดจากฝั่งขวาเข้ามาในเขตโทษ วู ฮยุน กองหลังเจ้าถิ่นสกัดจังหวะแรกไม่ดีไปเข้าทาง ภูวนาท แสงสี ได้ยิงเหน่งๆ ในเขตโทษแต่เหินข้ามคานออกไปอย่างน่าเสียดาย
 
น.28 เจ้าท่าเกือบได้เฮ ศิวกร จักขุประสาท เปิดบอลจากสุดเส้นหลังฝั่งซ้ายมาให้ ริ เมียง จุน ได้โขกคนเดียวที่เสาแรกแต่บอลไปชนเสาไม่ได้ประตู ถัดมา น.30 ริ เมียง จุน ได้ลองส่องไกลด้วยขวาอีกครั้งบอลนั้นโค้งหลุดเสาไปแบบได้ลุ้น
 
น.35 สมุทรสงคราม เปลี่ยนตัวคนแรกเอา เซซินานโด้ ออก และส่ง ปรวัตร สิริวัฒนากร ลงไปเล่นแทน ถัดมา น.37 ทีมเยือนก็เปลี่ยนตัวคนที่ 2 ติดๆ กันตั้งแต่ครึ่งแรกเอา ณภัทร ธำรงศุภกร ออกและส่ง คริสเตียน นาเด้ ลงไปแทน
 
น.39 การท่าเรือพลาดได้ประตูขึ้นนำอย่างหวุดหวิด โอลอฟ วัตสัน ได้วางเท้ายิงหน้าเขตโทษบอลพุ่งเรียดไปติดเซฟ ลูคัส หนึ่งจังหวะก่อนที่จะเป็น มาริโอ ดา ซิลวา ที่ซ้ำจ่อๆ แบบเผาขนแต่ก็ยังไม่ผ่านมือนายทวารชาวอาเจนไตน์
 
ท้ายครึ่งแรก น. 42 เป็นเจ้าถิ่นเปลี่ยนตัวบ้างส่ง อนุศักดิ์ เหล่าแสงไทย ลงไปแทน เกียรติเจริญ เรืองปาน แต่ในช่วงเวลาที่เหลือก็ไม่สามารถทำอะไรกันได้ จบครึ่งแรกยังคงเสมอกันอยู่ 0-0
 
กลับมาสู้กันต่อในครึ่งหลังทั้งสองทีมยังไม่มีการเปลี่ยนตัวผู้เล่นเพิ่มเติม น.48 แฟนบอลเจ้าถิ่นก็ได้เฮลั่นจากจังหวะสวนกลับ สราวุฒิ คงเจริญ ลากบอลจากกลางสนามก่อนจะจ่ายทะลุช่องให้ ริ เมียง จุน ดาวยิงชาวเกาหลีเหลือหลุดเข้าไปล็อกหลบ ลูคัส หนึ่งจังหวะและยิงเข้าประตูไปให้การท่าเรือ ขึ้นนำ 1-0 ตั้งแต่ในช่วงต้นครึ่งหลัง
 
น.65 ทีมเยือนมีโอกาสได้ลุ้นตีเสมอจากฟรีคิกหน้าเขตโทษระยะ 30 หลา แต่ คริสเตียน นาเด้ ซัดไปติดกำแพงแบบไม่ได้ลุ้น และแล้ว น.72 ทีมเยือนก็มาได้จุดโทษจากจังหวะที่ สิทธิพันธ์ ชุมช่วย ลากบอลเข้าไปในเขตโทษก่อนเบียดกับผู้เล่นท่าเรือแล้วล้มลงไป ถนอม บริคุต ผู้ตัดสินไม่รอช้าเป่าเป็นจุดดทษทันที และเป็น คริสเตียน นาเด้ ที่สังหารเข้าไปไม่เหลือ เจนิฟู้ด สมุทรสงคราม ตามตีเสมอ 1-1
 
หลังจากตามตีเสมอได้ก็เริ่มได้ใจสำหรับทีมเยือน น.74 สิทธิพันธ์ ลากบอลลุยเข้าไปก่อนยิงมุมแคบแต่บอลหลุดออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย น.81 โอลอฟ วัตสัน ของท่าเรือได้ลากบอลเข้าไปซัดด้วยขวาในเขตโทษแต่ข้ามคานออกไป
 
น.83 เจ้าถิ่นต้องมาเหลือผู้เล่น 10 จากจังหวะที่ ศิวกร จักขุประสาท ไปทำฟาวล์ใส้ผู้เล่นสมุทรสงคราม "เปาหนอม" ควักใบเหลืองให้ซึ่งเป็นเหลืองที่ 2 เป็นใบแดง ไล่ ศิวกร ออกจากสนามไป ท่ามกลางเสียงโห่ของแฟนบอลเจ้าถิ่น 
 
ช่วงทดเวลาทีมเยือนมาได้ประตูชัยจากจังหวะสวนกลับเร็ว คริสเตียน นาเด้ ลากบอลไปในเขตโทษก่อนจ่ายเรียดมาให้ ปาร์ค แจฮยุน ยิงก่อนจังหวะแรกไปติดเซฟของ วัลลภ แซ่จิ๋ว แต่รับไม่อยู่มาเข้าทางปืน สิทธิพันธ์ ชุมช่วย ซ้ำจ่อๆ เข้าไป เป็นประตูชัยให้ เจนิฟู้ด สมุทรสงคราม เอฟซี บุกมาเอาชนะ การท่าเรือ ไทยถึงถิ่น 2-1
 
สำหรับรายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม
 การท่าเรือไทย เอฟซี : วัลลภ แซ่จิ๋ว (GK),วู ฮยุน,ธงชัย กึนขุนทด,โอลอฟ วัตสัน,ศิวกร จักขุประสาท,ริ เมียง จุน,มาริโอ เซซ่า ดา ซิลวา,เกียรติเจริญ เรืองปาน (C)-(อนุศักดิ์ เหล่าแสงไทย น.42),ณรงค์ฤทธิ์ สามนปาน,สราวุฒิ คงเจริญ และ กฤษดา สาแก้ว
 
เจนิฟู้ด สมุทรสงคราม เอฟซี : ลูคัส แดเนี่ยล (GK),นราธิป พยัพฤกษ์,เอ็นจี้ ดิวาย (ธนา ศรีพันดร น.75),ปาร์ค แจฮยุน,เจษฎา ภู่เล็ก,ชัยวุฒิ วัฒนะ (C),เซซินานโด้ โอเดลฟริเดส (ปรวัตร สิริวัฒนากร น.35),ภูวนาท แสงสี,เอกศักดิ์ บัวเบา,ณภัทร ธำรงศุภกร (คริสเตียน นาเด้ น.37) และ สิทธิพันธ์ ชุมช่วย
แหล่งข่าว sanook.com