แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวทั่วไป แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวทั่วไป แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2556


สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า (18 มี.ค.) ราโจ เวอร์มา ชาวอินเดีย วัย 21 ปี มีสามีถึง 5 คน ซึ่งทั้ง 5 คนยังเป็นพี่น้องกันทั้งหมด และอยู่กันเป็นครอบครัวใหญ่ โดยผลัดกันนอนคนละคืน
โดยตอนแรกเธอแต่งงานกับกั๊ดดู สามีคนแรกที่มีอายุเท่ากัน และหลังจากนั้นก็ต้องแต่งงานกับพี่น้องของสามีด้วย ตามธรรมเนียมของหมู่บ้าน โดยสามีที่มีอายุมากสุดคือ บัจจุ วัย 32 ปี,ซันต์ ราม วัย 28 ปี,โกปาล วัย 26 ปี,กั๊ดดู วัย 21 ปี (สามีคนแรก) และดิเนช ที่วัยเพียง 18 ปี ที่แต่งงานกับเธอไปเมือปีที่แล้ว
ราโจ กล่าวว่า แม่ของเธอก็แต่งงานกับผู้ชายถึง 3 คน เหมือนกัน เมื่อเธอแต่งงานกับกั๊ดดูเธอก็รู้ว่าต้องแต่งงานกับพี่น้องของเขาด้วย ซึ่งเธอก็ยอมรับ และตอนนี้เธอรักทุกคนเท่ากัน ทั้งนี้ ปัจจุบัน ราโจ มีลูกชาย 1 คน
คลิกชมภาพต่อไป

วันอาทิตย์ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2555


7 ตุลาคม 2555 เมื่อเวลา 04.20 น. พายุแกมี ได้เคลื่อนตัวเข้าสู่พื้นที่ของ จ.อุบลราชธานี ตั้งแต่เวลา 04.20 น. พร้อมอ่อนตัวลงเป็นดีเปรสชั่น ทำให้เกิดฝนตกปรอยๆ กระจายเป็นบริเวณกว้าง พายุเข้าในครั้งนี้ เกิดประโยชน์แก่ภาคเกษตรเป็นอย่างมาก เนื่องจากการที่ฝนได้ทิ้งช่วงไปนานหลายสัปดาห์ ทำให้ต้นข้าวนาปี ที่กำลังตั้งท้องอยู่ในขณะนี้ ต้องขาดน้ำหล่อเลี้ยง เกิดเหี่ยวเฉาลง ซึ่งสร้างความกังวลใจให้แก่เกษตรกรเป็นอย่างยิ่ง
นายวีระเกียรติ รัมณีย์รัตนากุล นายอำเภอนาตาล เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้สั่งกำชับผู้นำทุกหมู่บ้านที่อยู่ในเขตรับผิดชอบไปแล้ว โดยเฉพาะหมู่บ้านที่อยู่แถบริมฝั่งแม่น้ำโขง ให้พากันเฝ้าระวัง เกาะติดสถานการณ์กันอย่างใกล้ชิด หากเกิดเหตุภัยพิบัติต่างๆ ขึ้นมา ก็ให้รีบรายงานไปยังอำเภอให้ได้รับทราบทันที จะได้นำกำลังเข้าช่วยเหลือให้ทันต่อเหตุการณ์
กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเตือนภัย พายุโซนร้อนแกมี ฉบับที่ 24 เมื่อเวลา 04.00 น. ที่ผ่านมา ว่า พายุโซนร้อนแกมี ขณะนี้อยู่ที่ประเทศกัมพูชา มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 65 ก.ม./ช.ม. พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกด้วยความเร็วประมาณ 20 ก.ม./ช.ม. คาดว่า พายุนี้จะอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชั่น และเคลื่อนผ่านประเทศกัมพูชา เข้าสู่ประเทศไทย บริเวณจังหวัดสระแก้ว ในคืนวันนี้ (7 ต.ค.)
พายุนี้จะเริ่มมีผลกระทบต่อประเทศไทย โดยมีฝนตกหนาแน่นเพิ่มมากขึ้น กับมีลมกระโชกแรง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ดังนี้
ช่วงวันที่ 7 - 8 ต.ค. 55 ผลกระทบโดยตรงบริเวณ จังหวัดอุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ นครราชสีมา เพชรบูรณ์ ปราจีนบุรี สระแก้ว นครนายก ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท ลพบุรี สระบุรี สุพรรณบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา นครปฐม สมุทรสาคร สมุทรสงคราม กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ผลกระทบโดยอ้อมบริเวณ จังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง และพังงา
ช่วงวันที่ 8 - 9 ต.ค. 55 มีผลกระทบต่อบริเวณ จังหวัดอุทัยธานี นครสวรรค์ กาญจนบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง และพังงา
สำหรับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย จะมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเพิ่มความระมัดระวังอันตรายในการเดินเรือ และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 7 - 9 ต.ค. 55 ไว้ด้วย
ขณะที่ทางด้าน ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ได้ออกประกาศเตือนภัย การเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม น้ำล้นตลิ่ง และน้ำท่วมขังในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา และ จ.ตราด ขอให้ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวระมัดระวัง และติดตามข้อมูลอย่างใกล้ชิด
Image by The Weather Channel & Wundergorund
แหล่งข่าว sanook.com

วันพฤหัสบดีที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2555


ผู้เชี่ยวชาญฟันธงอีก 2 สัปดาห์พื้นที่ กทม.จะมีน้ำท่วมขังจากอิทธิพลพายุแกมี และอาจท่วมยาวไปถึงเดือน พ.ย. แนะกทม.แก้ปิดล้อมระบายน้ำออกจริงจัง
เมื่อวันที่ 3 ต.ค. รศ.สุจริต คูณธนกุลวงศ์ หัวหน้าภาควิชาการวิศวกรรมแหล่งน้ำ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวในการเสวนา "ไขปริศนาสถานการณ์น้ำปี 55 กับแนวโน้มน้ำท่วม กทม." ว่า น้ำฝนยังคงเป็นปัญหาหลักของภาวะน้ำท่วม กทม.และปริมณฑล เพราะจากปริมาณน้ำฝนที่ตกเกินค่าเฉลี่ยปี 2555 ในปัจจุบันคือร้อยละ 120 ขณะที่ปี 2554 ตกเกินค่าเฉลี่ยร้อยละ 40 แต่ความผิดปกติของฝนปีนี้ ช่วงเวลาที่ตกและสถานที่คือไม่ตกในเขื่อนและเหนือเขื่อน โดยตกมากที่สุดในช่วงเดือนกันยายน ขณะที่รัฐบาลเร่งพร่องน้ำในเขื่อนตั้งแต่ต้นปีทำให้พื้นที่ภาคกลางตอนบนไม่ประสบปัญหาน้ำท่วมเหมือนปีที่แล้ว ส่วนภาคกลางตอนล่างจะยังมีปัญหาน้ำท่วมไปจนถึงต้นเดือนพฤศจิกายนในลุ่มน้ำอยุธยา ป่าสัก ท่าจีน ส่วนที่พื้นที่ จ.นครปฐมและ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ได้รับน้ำฝนมากกว่าที่ผ่านมา และปัญหาที่ตามมาคือปริมาณน้ำจาก อ.กบินทร์บุรีที่ไหลลงมาสะสมที่ จ.ฉะเชิงเทรา
รศ.สุจริต กล่าวต่อว่า สำหรับ กทม.ขณะนี้เริ่มมีน้ำสะสมค้างคลองในพื้นที่ตะวันตก คือ คลองทวีวัฒนา คลองพิทยาลงกรณ์ คลองบางแวก คลองราชมนตรี หากมีปริมาณน้ำฝนสมทบจากพายุแกมี พื้นที่ที่จะมีน้ำท่วมแน่นอนได้แก่ สองฝั่งคลองทวีวัฒนา ที่ระดับน้ำในคลองขณะนี้เกินปกติแล้วคือ 1.31 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ถนนเพชรเกษม 63-64 บางแค ส่วนพื้นที่ทุ่งตะวันออก มีน้ำในทุ่งรังสิตจะสะสมกับพายุทำให้พื้นที่รับน้ำสองฝั่งคลองประเวศบุรีรมย์ แสนแสบ หรือเขตหนองจอก ลาดกระบัง มีนบุรี มีน้ำท่วมขังไปราว 2 สัปดาห์ ขณะที่ความผิดปกติสภาพอากาศอาจทำให้มีพายุเข้ามาในไทยอีกจนถึงปลายเดือนตุลาคม หากระบายน้ำไม่ทันพื้นที่ตะวันตกและออกที่เป็นจุดลุ่มต่ำก็จะท่วมไปถึงปลายพฤศจิกายน
รศ.สุจริต กล่าวแนะนำว่า ปัญหาที่ กทม.ต้องเร่งแก้ไขคือ การระบายน้ำปิดล้อมสูบออกอย่างจริงจัง โดยมีความสามารถการสูบน้ำต่อปริมาณคลองในทุ่งตะวันออก 3 ต่อ 1 คือ ตัวสูบมากคลองน้อย ขณะที่ฝั่งตะวันตกตรงกันข้ามคือ 1 ต่อ 2 คือตัวสูบน้อยคลองมาก และในระยะยาว กทม.ต้องปรับสภาพ เพราะปัจจุบันคลองใน กทม.ตื้นเขิน ท่อระบายน้ำเล็ก แต่ปริมาณฝนตกมากขึ้น
ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเตือนพายุแกมี ฉบับที่ 12 คาดพายุจะทวีกำลังแรงขึ้น และจะเคลื่อนขึ้นฝั่งตอนกลางของประเทศเวียดนาม 6 ต.ค. จากนั้นจะเคลื่อนผ่านภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง และภาคกลางของประเทศไทย ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ลักษณะเช่นนี้ทำให้ในช่วงวันที่ 5-8 ตุลาคม 2555 บริเวณประเทศไทยมีฝนหนาแน่นเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ โดยเริ่มในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออกก่อน จากนั้นภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคใต้ฝั่งตะวันตกจะได้ผลกระทบในระยะต่อไป ขอให้ประชาชนระมัดระวังอันตรายจากสภาวะอากาศร้ายในช่วงวันเวลาดังกล่าว
ภาพพื้นที่เสี่ยงพายุในกทม. (ขอบคุณภาพจาก Posttoday)
 
แหล่งข่าว sanook.com

 4 ต.ค. 55  คงจะดีไม่น้อยหากได้นอนแช่ตัวในอ่างน้ำร้อนบนเรือส่วนตัวสุดหรู พลางรับลมชมวิวและจิบแชมเปญในขณะที่เรือค่อยๆ แล่นไปตามลำน้ำ … น่าเสียดายที่ประสบการณ์ดีๆ เช่นนั้นคงเป็นได้แค่ความฝันสำหรับผู้ที่ไม่ได้เป็น (และไม่มีคนใกล้ตัวเป็น) เศรษฐี
 ข่าวดีก็คือ ต่อไปนี้คนธรรมดาทั่วไปจะมีโอกาสแช่ตัวในอ่างน้ำร้อนพลางชมวิวสองฟากฝั่งแม่น้ำลำคลองได้ง่ายขึ้น หลังนักธุรกิจหัวใสในประเทศเนเธอร์แลนด์ เปิดตัว 'ฮ็อททัค (HotTug)' อ่างแช่น้ำร้อนลอยน้ำ (หรือเรือแช่น้ำร้อน) ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าหรือเครื่องยนต์ โดยมีราคาเริ่มต้นที่ 11,450 ยูโร หรือประมาณ 4.5 แสนบาท
          'ฮ็อททัค' มีขนาด 240 x 380 x 110 ซ.ม. ผลิตจากไม้และโพลีเอสเตอร์เสริมไฟเบอร์กลาส ภายในบรรจุน้ำได้ราว 2,000 ลิตร ใช้เตาฟืนเป็นแหล่งให้พลังงานความร้อน โดยปกติอุณหภูมิเฉลี่ยของน้ำจะอยู่ที่ 38 องศาเซลเซียส (แต่ต้องรอนาน 3 ช.ม.หลังจุดไฟในเตา อุณหภูมิของน้ำจึงจะได้ที่) ในกรณีที่บรรจุน้ำจนเต็ม สามารถลงไปแช่ตัวใน 'ฮ็อททัค' ได้มากสุดถึง 6 คน แต่ถ้าต้องการนำ 'ฮ็อททัค' ไปใช้งานเป็น 'เรือ' ล่องแม่น้ำก็จะรองรับผู้โดยสารได้มากถึง 8 คน
          ผู้สนใจสามารถเลือก 'ฮ็อททัค' ไปใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ นับตั้งแต่แบบที่เป็นเรือลากจูงธรรมดา (ไม่ติดตั้งทั้งมอเตอร์ไฟฟ้าและเตาฟืนสแตนแลส) ซึ่งจำหน่ายในราคา 8,950 ยูโร (กว่า 3.5 แสนบาท) ไปจนถึงรุ่นท็อปของอ่างแช่น้ำร้อนลอยน้ำ (ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าพร้อมแบตชุดใหญ่ และเตาฟืนสแตนเลส) จำหน่ายในราคา 16,450 ยูโร (กว่า 6.5 แสนบาท) นอกจากนี้ยังติดต่อขอเช่าไปใช้งานในต่างประเทศได้อีกด้วย





เกิดกระแสข่าวฮือฮาในพื้นที่ จ.อุดรธานี เมื่อคนอุดรฯถูกหวยรางวัลที่ 1 ติดกันหลายงวดตั้งแต่เมื่อเดือน พ.ค.ปี 54 หนุ่มทีโอที ถูกรางวัลที่ 1 พร้อมแจ็กพอต 42 ล้านบาท ถัดมางวด 1 ส.ค.55 ชาวนา ถูกหวยที่ 1 ราย 6 ล้าน และสาวอุดรฯ ผู้โชคดีอีกคนรับไปอีก 4 ล้านบาท ล่าสุดงวด 1 ต.ค.55 เป็นผู้หมวดหนุ่ม ตชด.24 ค่ายเสนีย์รณยุทธ์ อุดรธานี ถูกแจ็กพอตรวยเละ 32 ล้านบาท และยังมีผู้โชคดีรายล่าสุดเป็นหญิงสาววัย 31 ปี รับไป 4 ล้านบาท รวม 3 งวดคนอุดรถูกหวยรางวัลที่ 1 ไปถึง 98 ล้านบาท ไม่รวมงวดก่อนหน้านี้อีกหลายล้านบาท
เมื่อวันที่ 3 ต.ค. ผู้สื่อข่าว "ข่าวสด" รายงานว่า ที่หน่วยปฏิบัติการจิตวิทยา (ปจว.) ตชด.24 ค่ายเสนีย์รณยุทธ ถ.อุดร-สกล ต.หนองบัว อ.เมือง จ.อุดรธานี มีกระแสข่าวว่า ผู้หมวดหนุ่มใหญ่ ตชด.ถูกหวยรางวัลที่ 1 รวยถึง32 ล้านบาท ผู้สื่อข่าว "ข่าวสด" จึงรุดไปตรวจสอบ พบว่า ร.ต.ต.วิชัย สัตย์ซื่อ อายุ 56 ปี รอง สวป.กก.ตชด.24 คือผู้โชคดีกลายเป็นเศรษฐีใหม่ในพริบตาเมื่อถูกรางวัลที่ 1 และแจ็กพอตรวม 32 ล้านบาท แต่ไม่อยู่ในพื้นที่โดยขอลางานเพื่อไปทำธุระส่วนตัวที่กรุงเทพฯ เพื่อนำสลากกินแบ่งรัฐบาลไปขอขึ้นเงินที่กองสลากฯ และเมื่อคืนที่ผ่านมา กลุ่มตชด.เปิดเผยว่า ร.ต.ต.วิชัย ผู้โชคดีแสดงความมีน้ำใจ จัดงานเลี้ยงให้กับเพื่อนร่วมงานด้วย
ต่อมา ร.ต.ต.วิชัย เปิดเผยกับ "ข่าวสด" ว่า ไม่เคยคิดว่าจะถูกรางวัลที่ 1 มาก่อน โดยก่อนวันหวยออก มีพ่อค้าขายล็อตเตอรี่เป็นสองสามีภรรยา ชาววังสะพุง จ.เลย ขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟสีน้ำเงิน เข้ามาขายล็อตเตอรี่ในค่ายฯขณะทำงานกันอยู่ ตนถูกสองสามีภรรยารบเร้าให้ช่วยซื้อล็อตเตอรี่ มีหมายเลข 124025 รวม 3 คู่ และหมายเลข 124023 รวม 2 คู่ ในราคา 500 บาท โดยบอกว่าจะกลับบ้านเหลือเลขแค่นี้ จึงทนคำรบเร้าไม่ได้ควักจ่ายซื้อไป 500 บาท
จนกระทั่งเพิ่งมารู้ว่าถูกหวยรางวัลที่ 1 เมื่อวานนี้เองและมาตรวจดูพบว่ามีสลากกินแบ่งรัฐบาลการกุศล หมายเลข 124025 ชุดที่ 62-63-64-65 และ 68-69 ถูกรางวัลที่ 1 รวม 12 ล้านบาท และแจ็กพอตชุดที่ 68 อีก 20 ล้านบาทรวมเป็น 32 ล้านบาท จึงได้ชวนเพื่อนซี้เดินทางไปรับเงินด้วยกัน และคาดว่าจะเดินทางกลับในค่ำวันเดียวกันเพราะเป็นห่วงลูกๆ กับภรรยา
แหล่งข่าว sanook.com


วันพุธที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2555

หลังจากชาวบ้านใน จ.ชุมพร ได้ร้องเรียนพฤติกรรมอันไม่เหมาะสมของสามเณรที่ออกบิณฑบาตในช่วงเช้าของทุกวัน ไม่ว่าการเดินบิณฑบาตอย่างไม่สำรวม หยอกล้อกันระหว่างเดินไปจนเลือกเป้าหมายประชาชนที่กำลังทำธุระส่วนตัว และไม่พร้อมจะทำบุญใส่บาตร โดยจะเดินเข้าไปยืนรอตรงหน้าเพื่อขอบิณฑบาตจากประชาชนคนนั้น ที่จะต้องถวายเป็นปัจจัย คือ เงิน ใส่บาตรแทน และเป็นไปตามความพึงประสงค์ของสามเณรกลุ่มนี้ คือ เงิน
นอกจากนี้พฤติกรรมของสามเณรยังเลี่ยงไปทางอื่นหากพบผู้ที่ต้องโต๊ะเตรียมใส่บาตรและหากว่าจวนตัวมีประชาชนใส่บาตรเป็นอาหารหรือสิ่งของอันไม่พึงประสงค์ก็จะแอบทิ้งข้างทาง ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้ได้สร้างความสะเทือนใจให้กับประชาชนใน จ.ชุมพร เป็นอย่างมาก
ล่าสุดทางผู้สื่อข่าวได้ติดตามสามเณรกลุ่มนี้ ซึ่งก็พบว่าเมื่อเช้าที่ผ่านมาไม่พบสามเณรเลยสักรูปที่ออกมาบิณฑบาตเช่นทุกวันที่ผ่านมา และเมื่อไปยังที่วัดต้นสังกัดก็พบว่าสามเณรส่วนใหญ่ยังทำกิจอยู่ในวัด
เมื่อผู้สื่อข่าวได้เข้าพบ พระครูศรีธรรมนิเทศ เจ้าอาวาสวัดชุมพรรังสรรค์หรือวัดเหนือ วัดอารามหลวงประจังหวัดชุมพร ท่านเจ้าอาวาสได้เปิดเผยว่า เหตุการณ์และพฤติกรรมทั้งหมดของสามเณรเป็นจริงทุกประการ และมีมานานแล้ว โดยก่อนหน้ามีชาวบ้านได้ร้องเรียนมาที่วัดและทางวัดก็ได้ดำเนินการขับไล่สามเณรที่มีพฤติกรรมตามข้อร้องเรียนออกจาวัดไปแล้วหลายรูปและบางรูปทางวัดได้จับสึกออกจาความเป็นบรรพชิต และประสานให้ทางผู้ปกครองมารับไปอยู่บ้านและบางรายก็ทำทัณฑ์บนเพื่อให้โอกาสได้ปรับปรุงตนเองใหม่
แหล่งข่าว sanook.com



ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 3 ต.ค. 55  นายทิวา พรหมอินทร์ นายอำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยองได้รับรายงานว่า เมื่อวันที่ 2 ตุลาคมที่ผ่านมา น้ำป่าได้ไหลเข้าท่วมบ่อเลี้ยงจระเข้ เลขที่ 45/9 หมู่ 3 ซอยมาบกะหลุก ต.หนองละลอก จึงออกไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วยนายปราโมทย์ ฉันทมิตร์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) หนองละลอก เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ พบสภาพบ่อเลี้ยงจระเข้ก่อสร้างด้วยอิฐบล็อกขนาดกว้าง 6 เมตร ยาว 6 เมตร ติดกันรวม 3 บ่อ บ่อแรกถูกน้ำป่าซัดกำแพงบ่อทะลุ เจ้าของบ่อเลี้ยงจระเข้ได้นำแผ่นสังกะสีมาปิดกั้นไว้ ส่วนบ่อที่ 2 และ 3 ไม่ได้รับความเสียหาย

 นายไพบูลย์ ยงชัยหิรัญ อายุ 67 ปี เจ้าของบ่อเลี้ยงจระเข้ กล่าวว่าเมื่อคืนวันที่ 2 ตุลาคมที่ผ่านมาได้มีฝนตกหนักและมีน้ำป่าไหลหลากพัดข้ามถนนมาอย่างรวดเร็วและรุนแรงมาก ทำให้น้ำป่าพัดปั๊มน้ำขนาดใหญ่ชนกำแพงอิฐบล็อกบ่อเลี้ยงลูกจระเข้ทะลุ น้ำไหล่เข้าท่วมบ่อ ลูกจระเข้ขนาดยาว 70 เซนติเมตรได้หลุดออกจากบ่อไหลไปตามกระแสน้ำป่า และถูกอิฐบล็อกทับตายจำนวน 4 ตัว ทราบว่ามีชาวบ้านทอดแหจับลูกจระเข้ได้ จึงอยากขอให้นำมาคืน ตนยินดีให้ค่าตอบแทน
          นายทิวา พรหมอินทร์ นายอำเภอบ้านค่าย กล่าวว่า จากการตรวจสอบในพื้นที่ อ.บ้านค่าย พบว่ามีบ่อเลี้ยงจระเข้รวม 3 แห่ง และถูกน้ำป่าพัดบ่อแตกและมีลูกจระเข้หลุดออกจากบ่อมีเพียงแห่งเดียวคือ บ่อเลี้ยงของนายไพบูลย์ ซึ่งตรวจสอบพบว่าเป็นบ่ออนุบาลลูกจระเข้จำนวน 70 ตัว และหลุดออกจากบ่อ ถูกพัดไปตามกระแสน้ำ ขณะนี้ได้ให้เจ้าหน้าที่ อบต.หนองละลอก แจ้งให้ปชช.ทราบ หากใครพบลูกจระเข้และนำมาคืนเจ้าของยินดีให้รางวัลตอบแทน
          ด้านนายปราโมทย์ กล่าวว่า เจ้าของบ่อเลี้ยงจระเข้แจ้งว่ามีลูกจระเข้ขนาดความยาว 70 เซนติเมตร หลุดออกจากบ่อจำนวน 70 ตัว แต่เพื่อความไม่ประมาท จึงประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบ เกรงว่าอาจจะมีจระเข้ตัวใหญ่หลุดออกมาด้วย เนื่องจากเมื่อปีที่ผ่านมาคนงานเลี้ยงจระเข้ลืมปิดประตูบ่อเลี้ยง ทำให้จระเข้ขนาดใหญ่ นน.กว่า 100 กก.หลุดออกจากบ่อจำนวนหลายตัว
แหล่งข่าว คมชัดลึก



นักศึกษาสาว มหาวิทยาลัยราชภัฎสุรินทร์ ผวาหนัก หลังถ่ายภาพพี่สาวในวัด แต่กลับมีเงาวิญญาณหญิงสาวผมยาว ตาคล้ำ ติดมาในภาพด้วย แม้เพื่อนเชื่อว่าไม่ใช่ภาพตัดต่อ แต่บาง   ส่วนคาดว่า น่าจะเกิดจากโปรแกรมแต่งภาพภายในกล้อง    

            ด้าน น.ส. ลัดดาวัลย์ สำราญดี อายุ 21 ปี เพื่อนร่วมชั้นเรียน น.ส.ไปรยา กล่าวว่า ตนเอง และเพื่อน ๆ เคยไปที่หอพักของ น.ส.ไปรยา ซึ่งอยู่ใกล้ ๆ กับมหาวิทยาลัยราชภัฎสุรินทร์ และเคยได้ยินเสียงกรีดร้องตรงกันหลายคน  ซึ่งตนเชื่อว่าภาพที่ น.ส.ไปรยา เอามาให้ดูไม่ใช่ภาพตัดต่อแน่นอน หากใครไม่เชื่อ ก็อย่าลบหลู่

            นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ภาพถ่ายติดวิญญาณดังกล่าว ถึงแม้รูปร่างของวิญญาณในแต่ละภาพ จะมีขนาดที่แตกต่างกัน แต่เป็นที่น่าสังเกตว่า วิญญาณดังกล่าวมีลักษณะเหมือนกันทุกภาพ ทั้งทรงผม ท่ายืนครึ่งตัว และสวมเสื้อเหมือนกัน ดังนั้นภาพถ่ายติดวิญญาณดังกล่าว อาจะเกิดจากโปรแกรมตัดต่อภาพภายในกล้องอย่างที่มีคนสันนิษฐานไว้ก็เป็นได้ 

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก surinnews.com 


  สำหรับใครที่กำลังติดตามรออัพเดทข่าวความเคลื่อนไหวใหม่ ๆ ของภาพยนตร์เกี่ยวกับฮีโร่ตัวโปรดของหลาย ๆ คนอย่าง Iron man อยู่ละก็ วันนี้กระปุกดอทคอมก็ได้นำข่าวใหม่ ๆ มาให้แฟน ๆ ได้อัพเดทกันอีก โดยเป็นภาพล่าสุดจากกองถ่ายทำที่ ดาเนีย บีช นอร์ทแคโรไลนา ฟลอริด้า เป็นภาพชุดเกราะ Mark XLVII และชุดเกราะที่ตกแต่งด้วยลายของธงชาติสหรัฐฯ นั้นเอง

           Iron man ภาค 3 นี้จะกำกับโดย เชน แบล็ค (Shane Black) และมีดารานำแสดงชื่อดังมากมาย อาทิ โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์ (Robert Downey Jr.) เบน คิงสลี่ย์ (Ben Kingsley) ดอน ชีเดล (Don Cheadle) กวินเน็ธ พัลโทรว์ (Gwyneth Paltrow) กาย เพียร์ซ (Guy Pearce) จอน ฟาฟวโร (Jon Favreau) และ รีเบคก้า ฮอลล์ (Rebecca Hall) ซึ่งจะมีกำหนดฉายในวันที่ 3 พฤษภาคมปี 2013

ขอบคุณ Kapook.com

iron man 3



iron man 3



IRON MAN
          
ภาพชุดเกราะใหม่ จากงาน San Diego Comic-Con


iron man 3

iron man 3

iron man 3

iron man 3

iron man 3

iron man 3

iron man 3



iron man 3

iron man 3



iron man 3

Writer/director Shane Black and actor Don Cheadle

iron man 3

iron man 3
แจ้งจับอดีตดารารุ่นใหญ่ "แอ๊ด ชัยรัตน์ จิตธรรม" เหยื่ออ้างพาพวกมารุมกระทืบปางตาย ใช้ปืนยิงขู่ไม่ให้หนี หลังทวงเงินค่าโฆษณา
(3 ต.ค.) เมื่อวันที่ 2 ต.ค. นายอำนาจ แจ้งแสง อายุ 32 ปี เข้าแจ้งความที่สภ.สันทราย จ.เชียงใหม่ เพื่อดำเนินคดีกับนายเศรษฐกรณ์ ไชยวสุพงศ์ หรือ แอ๊ด ชัยรัตน์ จิตธรรม อายุ 48 ปี ดารานักแสดงรุ่นใหญ่ ข้อหาพยายามฆ่า โดยนายอำนาจให้การอ้างว่า เคยทำงานให้นายเศรษฐกรณ์ กับแฟนสาว ล่าสุดรับงานจากบริษัทเวิร์คพอยท์ ให้มาประชาสัมพันธ์งานคอนเสิร์ตที่จ.เชียงใหม่ ช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา จนงานแล้วเสร็จ ทางบริษัทซัพพลายเออร์ ที่รับทำโฆษณาติดต่อขอรับเงิน จึงติดต่อนายเศรษฐกรณ์ แต่ถูกบ่ายเบี่ยงตลอด จนโมโหพูดจาไม่ดีใส่
กระทั่งวันที่ 27 ก.ย.ที่ผ่านมา นายเศรษฐกรณ์ ได้นัดเคลียร์ปัญหาที่ร้านอาหารในตลาดมีโชค เมื่อไปถึงพบเพียงแฟนสาว พร้อมบอกว่านายเศรษฐกรณ์ ไปธุระในกรุงเทพ หลังจากคุยกันเสร็จ ตนกับแฟนขี่จยย.กลับ ก็มีรถยนต์ยี่ห้อวอลโว่ กับรถกระบะ ขับตามมาปาดหน้าปิดท้าย ก่อนชายฉกรรจ์ 7-8 คน ใช้ปืนยิงขู่ไม่ให้หนี ก่อนใช้ไม้รุมทำร้ายตน จำได้ว่าหนึ่งในนั้นมีนายเศรษฐกรณ์ รวมอยู่ด้วย จากนั้นได้ไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล แพทย์ต้องเย็บแผลที่ศีรษะ 18 เข็ม แขน 2 เข็ม และ ขา 2 เข็ม อีกทั้งกะโหลกศีรษะร้าว แต่กลัวว่าจะถูกข่มขู่ จึงขอออกจากห้องไอซียู มาแจ้งความดังกล่าว
ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าวว่า สำหรับคดีนี้มีพยานรู้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด และผู้บาดเจ็บก็อาการสาหัสด้วย ขณะนี้ต้องรอผลการตรวจจากแพทย์มาประกอบในสำนวนคดีอีกครั้งก่อนจะออกหมายจับ เพราะถือว่าเป็นคดีที่มีโทษร้ายแรง ตามกฎหมายหากคดีที่มีโทษไม่เกิน 3 ปี ให้ออกหมายเรียกก่อน 2 ครั้ง ถึงจะออกหมายจับ แต่คดีนี้สามารถขออำนาจศาลออกหมายจับข้อหาร่วมกันพยายามฆ่าได้ทันที แต่ทั้งนี้จะให้โอกาสทางผู้ถูกกล่าวหาให้เดินทางมาพบภายในอาทิตย์นี้ก่อน หากไม่มาจะขออนุมัติหมายจับ เพื่อติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดี
สำหรับ นายเศรษฐกรณ์ ไชยวสุพงศ์ หรือชัยรัตน์ จิตธรรม มีชื่อเล่นว่า "แอ๊ด" เป็นดารานักแสดงหนุ่มใหญ่ รุ่นคราวเดียวกับ หนุ่ม สันติสุข พรหมศิริ และ จินตหรา สุขพัฒน์ มีผลงานการแสดงทั้งจอเงินและจอแก้วหลายเรื่อง จากนั้นหายหน้าไปทำธุรกิจส่วนตัวนับ 10 ปี ก่อนกลับมารับบทเป็น พระราเมศวร โอรสองค์โต ของสมเด็จพระมหาจักรพรรดิในละครทีวีแนวอิงประวัติศาสตร์เรื่องกษัตริยา ของค่ายกันตนาในปี 2545 ก่อนหายไปจากวงการอีกครั้ง

แหล่งข่าว sanook.com


  
หลังจากพบศพ "เด็กชาย" อายุประมาณ 5-6 ขวบ เสียชีวิตปริศนา ลอยน้ำมาติดอยู่ที่บริเวณท่าตักเก็บขยะ ภายในคลองเปรมประชากร ซอยงามวงศ์วาน 59 ถนนงามวงศ์วาน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 29 กันยายน ที่ผ่านมา จวบจนวันนี้ ยังไม่รู้ว่า "ศพหนูน้อย" รายนี้ เป็นใครและเสียชีวิตมาจากที่ใด?  ทำให้ชุดสืบสวนต้องล่องเรือลอยลำในคลองเปรมประชากร เพื่อแสวงหาหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อคลี่คลายคดีนี้!!
ศพเด็กชายอายุประมาณ 3-5 ปี สูงประมาณ 100-120 ซม. ไม่ทราบสัญชาติ สวมสร้อยคอห้อยล็อกเกตสัญลักษณ์ "หยินหยาง" สวมเสื้อยืดลายการ์ตูน “แบทแมน” สีแดง-ดำ กางเกงขาสั้นแบบยืดสีส้ม นอนคว่ำหน้า มีบาดแผลฉกรรจ์ที่หน้าผากกับกกหูซ้าย ใบหน้า คล้ายถูกตีด้วยของแข็งอย่างแรงจนจำสภาพใบหน้าเดิมไม่ได้ ข้างศพมีผ้าห่มนวม แบบลายจุด สีส้มอ่อน-เขียว และเชือกไนลอนตกอยู่ คาดว่าเสียชีวิตมาไม่ต่ำกว่า 48 ชม.

นายสมชาย แซ่ซิ อายุ 47 ปี เจ้าหน้าที่สำนักงานระบายน้ำ ผู้เจอศพคนแรก ให้การว่า เมื่อช่วงเช้าวันที่ 27 กันยายน ที่ผ่านมา ได้เข้ามาตักขยะที่ลอยอยู่ในคลองเปรมประชากร ระหว่างนั้นเห็นผ้าน่วมขนาดใหญ่มีเชือกมัดอยู่ลอยตามน้ำมา ครั้งแรกคิดว่าเป็นศพสุนัขที่ชาวบ้านทิ้งลงคลอง จึงตักมารวมไว้ที่ริมตลิ่งเพื่อเตรียมที่จะนำไปทิ้งรวมกับขยะอื่นๆ กระทั่งช่วงบ่ายวันที่ 29 กันยายน เตรียมจะนำขยะทั้งหมดที่ตักมารวมไว้ขึ้นรถบรรทุกเพื่อนำไปทิ้ง พบว่าห่อผ้าห่มนวมดังกล่าวมีน้ำหนักมากกว่าปกติ จึงแกะเชือกที่มัดออกแล้วพบศพ
เด็ก-->     
             หลังพบศพหนูน้อย พ.ต.ท.สำอาง ขาวสะอาด สว.สส.สน.ทุ่งสองห้อง พร้อมชุดสืบสวนพยายามออกติดตามหาข้อมูลภายในชุมชนในพื้นที่รับผิดชอบ และพื้นที่ในละแวกใกล้เคียง แต่ไม่มีใครทราบว่าผู้เสียชีวิตเป็นใครหรือไม่มีบุคคลใดแจ้งความบุตรหลานพลัดหลงหรือสูญหายแต่อย่างใด
  
             "พยายามออกติดตามหาข้อมูลของผู้เสียชีวิต ซึ่งเป็นเด็กชายแต่ตอนนี้ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าผู้เสียชีวิตเป็นบุคคลสัญชาติใด ในเบื้องต้นสันนิษฐานว่าผู้เสียชีวิตไม่น่าจะเป็นแรงงานต่างด้าว หรือขอทาน เพราะสร้อยคอและล็อกเกตที่ผู้เสียชีวิตสวมใส่น่าจะเป็นลูกของชาวเอเชียสัญชาติใดสัญชาติหนึ่ง อาจมีความเป็นไปได้ว่าถูกจับตัวมาเรียกค่าไถ่ แต่พ่อแม่ไม่ยอมไถ่ตัว คนร้ายอาจทำให้เสียชีวิต หรืออาจเป็นไปได้ว่าพ่อแม่ของผู้เสียชีวิตเดินทางไปต่างประเทศปล่อยให้อยู่กับคนใกล้ชิดจึงถูกทำให้เสียชีวิต" พ.ต.อ.สำอาง กล่าว

             ด้านแหล่งข่าวในชุดสืบสวนกล่าวว่า ชุดสืบสวนเตรียมล่องเรือภายในคลองเปรมประชากรไปทางเหนือน้ำ เพื่อหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อนำมาประกอบคดีสะเทือนขวัญที่เกิดขึ้น ซึ่งอาจจะพบเบาะแสใดๆ เพิ่มเติมมากกว่านี้

             ขณะเดียวกัน แหล่งข่าวภายในสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เผยถึงผลการชันสูตรพลิกศพ ระบุว่า ยังไม่ทราบสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัดแต่ไม่ได้เสียชีวิตจากการจมน้ำแน่นอน

-->
             "บาดแผลที่พบเป็นบาดแผลที่น่าจะเกิดจากขอเกี่ยวขยะ แต่สภาพศพเน่าเสียชีวิตมาหลายวัน ในเบื้องต้นไม่พบบาดแผลที่ทำให้เสียชีวิต หรือฆาตกรรม แล้วการเสียชีวิตไม่ได้เกิดจากการจมน้ำ แต่เกิดจากสาเหตุใดไม่แน่ชัด อาจมีทางเป็นไปได้ว่าเด็กอาจเสียชีวิตด้วยโรคประจำตัวแล้วถูกนำมาห่อใส่ผ้าห่มแล้วอำพรางการเสียชีวิต ซึ่งคดีนี้ค่อนข้างแปลก" แหล่งข่าวในสถาบันนิติเวชวิทยาให้ข้อมูล

             ด้าน "เอกลักษณ์ หลุ่มชมแข" หัวหน้าศูนย์ข้อมูลคนหายเพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์ มูลนิธิกระจกเงา แสดงความเห็นในคดีนี้ว่า ตอนนี้มูลนิธิได้มีการมาหารือกันว่ากรณีของเด็กชายรายนี้ที่หายไปและพบเป็นศพควรมีที่มาที่ไป ควรมีการแจ้งความไว้ แต่กรณีนี้ไม่มีการมาแจ้งคนหายไว้ที่นี่ หรือสถานีตำรวจที่ไหน ตอนนี้ตำรวจเองก็พยายามสอบถามไปที่โรงพัก หรือโทรมาสอบถามที่มูลนิธิว่ามีข้อมูลคนหายของเด็กรายนี้หรือไม่ แต่ก็ไม่ปรากฏ 

             "ตอนนี้มีสองเรื่องที่เราวิเคราะห์อยู่ อาจจะเป็นไปได้ที่น่าจะเป็นเด็กที่มาจากครอบครัวที่มีปัญหา อย่างมีพ่อเลี้ยงหรือแม่เลี้ยงที่มีปัญหากัน และเด็กที่มาจากขบวนการค้ามนุษย์ ผมอยากให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีการสร้างศูนย์ข้อมูลคนหาย เพื่อเก็บข้อมูลคนหายที่ญาติมาแจ้งไว้ที่สถานีตำรวจทุกที่ แล้วนำมารวมไว้ในส่วนกลาง ไม่ใช่ต้องมาโทรไล่ทีละโรงพักอย่างทุกวันนี้ อย่างไรก็ตาม ปกติเด็กอายุ 3-5 ปี ถ้ามีการหายออกไปก็ต้องมีการแจ้งความหรือแจ้งหายแล้ว ถ้าไม่มีในระบบกลางก็อาจจะเป็นข้อสันนิษฐานว่าเด็กอาจจะเป็นคนนอกระบบเป็นเด็กขอทาน เด็กเร่ร่อนก็ได้ ผมจะลองประสานกลุ่มครูข้างถนน ให้ช่วยดูว่ามีใครจำหรือรู้จักเด็กชายคนนี้หรือไม่" เอกลักษณ์ กล่าว

เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม  เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองศรีสะเกษ ได้รับแจ้งเหตุคนผูกคอเสียชีวิตอยู่ที่ห้องแถวหลังหนึ่ง ภายในซอยกสิกรรม ถนนขุขันธ์ อำเภอเมืองศรีสะเกษ จึงได้เดินทางไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุบนชั้น 3 ของบ้านที่เป็นตึกห้องแถว เจ้าหน้าที่พบศพนายโกวิท ทัศนเศรษฐ อายุ 31 ปี ใช้เชือกไนลอนผูกคอกับลูกกรงหน้าต่างห้องนอนของตัวเอง ในห้องยังพบจดหมายลาตาย เขียนถึงแม่และคนรักเก่า มาใจความขอโทษที่กระทำตัวไม่ดี ทำให้เดือดร้อน ชาติหน้าหากมีจริงจะขอทำความดีชดใช้ เบื้องต้นคาดว่าเสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 1 ชั่วโมง
จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า นายโกวิท ถูกจับกุมข้อหาเสพและค้ายาเสพติด อยู่ในระหว่างการยื่อร้องขอประกันตัว ซึ่งกำหนดการจะต้องไปศาลจังหวัดศรีสะเกษในวันนี้ (2 ต.ค.) แต่กลับผูกคอตายหนีความผิดเสียก่อน สำหรับสาเหตุของการผูกคอตายคาดว่า ผู้เสียชีวิตน่าจะเกิดความเครียด เพราะถูกครอบครัวต่อว่าและกดดันที่ไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดจนถูกจับกุม จึงได้แต่เก็บตัวเงียบอยู่แต่ภายในห้อง
ก่อนเกิดเหตุ 1 วัน ผู้เสียชีวิตเพิ่งชวนให้เพื่อนสนิทมาดื่มสุราด้วย แต่เพื่อนอ้างว่าไม่สบาย ก่อนจะฆ่าตัวตายผู้เสียชีวิตได้โทรศัพท์หาเพื่อนคนดังกล่าว โดยบอกว่าจะผูกคอตาย แต่เพื่อนไม่ได้ใส่ใจ เพราะผู้เสียชีวิตมักขู่ในลักษณะนี้มาหลายครั้งแล้ว จนกระทั่งครั้งนี้ทำการฆ่าตัวตัวเองตายจริงๆ
แหล่งข่าว sanook.com

วันอังคารที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2555


เมื่อวันที่ 28 กันยายน ที่ผ่านมา เว็บไซต์เดลิเมลของอังกฤษ รายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าจับกุมตัว นายไมเคิล เซลเลไนต์ วัย 54 ปี จากเมืองเซ็นเทอร์วิลล์ รัฐยูทาห์ของสหรัฐฯ หลังจากที่ก่อเหตุยิง นายโทนี เพียร์ซ เพื่อนบ้านวัย 41 ปี จนได้รับบาดเจ็บ เนื่องจากเชื่อว่า นายเพียร์ซส่งโทรจิตมาข่มขืนภรรยาของเขา
            รายงานระบุว่า นายไมเคิล เซลเลไนต์ กำลังจะถูกนำตัวขึ้นศาล หลังจากที่ถูกตั้งข้อหาพยายามฆ่าและครอบครองอาวุธปืนผิดกฎหมายตั้งแต่เดือนตุลาคม ปี 2011 (พ.ศ. 2554) ที่ผ่านมาซึ่งนายไมเคิล เซลเลไนต์ กล่าวอ้างว่า นายโทนี เพียร์ซ เพื่อนบ้านของเขามีพลังจิต และได้ส่งโทรจิตมาข่มขืนภรรยาของเขาหลายครั้ง และใช้โคเคนควบคุมจิตเธอเอาไว้ ทำให้เขารู้สึกไม่พอใจ อีกทั้ง เพียร์ซยังส่งโทรจิตมาข่มขู่เอาชีวิตเขาด้วยเช่นกัน เขาจึงจำเป็นต้องลั่นไกเพื่อป้องกันตัวเอง

            อย่างไรก็ตาม ภายหลังเกิดเหตุ จูลี่ จอร์จ ทนายความของเซลเลไนต์พยายามต่อสู้คดี โดยระบุว่า นายไมเคิล เซลเลไนต์ ลูกความของเธอมีปัญหาทางจิตและจำเป็นต้องถูกส่งเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลของรัฐยูทาห์ เนื่องจากก่อนหน้านี้เขาเคยได้รับอุบัติเหตุทางรถยนต์ ทำให้เขามีอาการหวาดระแวงกลัวถูกทำร้าย

            แต่จากผลการประเมินจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตเวชรวม 3 คน ตามคำสั่งของศาล ชี้ว่า เซลเลไนต์มีภาวะความผิดปกติทางสมองบางประการที่ทำให้การควบคุมอารมณ์บกพร่อง แต่ยืนยันว่าเขามีสุขภาพจิตเป็นปกติดี จึงไม่ถือเป็นผู้ป่วยทางจิต และพร้อมถูกนำตัวขึ้นศาล ขณะเดียวกัน ภรรยาของเขาก็ถูกตั้งข้อหาซื้ออาวุธปืนอย่างผิดกฎหมายให้สามี จนเป็นเหตุให้เขาก่อเหตุยิงเหยื่อดังกล่าวด้วยเช่นกัน

แหล่งข่าว Kapook.com



(2 ต.ค.55) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพิษณุโลก ควบคุมตัว นายกฤษฎา สุขประเสริฐ อายุ 25 ปี หลังก่อเหตุทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรที่ตั้งด่านตรวจวินัยจราจร จับตรวจแอลกอฮอล์ไม่พบ เจ้าตัวอ้างกำลังเครียดจัด
เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 10.30 น. นายกฤษฎา ขับรถจักรยานยนต์กำลังเข้าไปในตัวเมืองพิษณุโลก แต่มาเจอกับด่านตรวจของ สภ.เมืองพิษณุโลก บริเวณหน้าวัดคูหาสวรรค์ เจ้าหน้าที่จึงได้เรียกตรวจ เพราะผู้ต้องหาไม่สวมหมวกนิรภัย ก่อนจะเชิญตัวมารอที่โต๊ะออกใบสั่ง
ระหว่างที่ นายกฤษฎา กำลังรออยู่นั้น ด.ต.ถนอม กรัดเฟื่อง ผบ.หมู่งานจราจร ได้เดินเข้ามาสอบถาม แต่ปรากฎว่า นายกฤษฎา เกิดอารมณ์ฉุนเฉียว ใช้กำลังคว่ำโต๊ะออกใบสั่งและชกเข้าที่ใบหน้าของ ด.ต.ถนอม จนเกิดเป็นความชุลมุมวุ่นวายขึ้น เจ้าหน้าที่รีบนำตัวไปสงบสติอารมณ์ที่โรงพักทันที
นายกฤษฎา เปิดเผยว่า ขณะนี้กำลังเครียดหนัก เนื่องจากมีปัญหาทางครอบครัวกับตกงานมานาน ก่อนเกิดเหตุได้ขับรถไปไหว้หลวงพ่อพระพุทธชินราช และหาที่สงบๆ ได้ทบทวนชีวิต แต่ระหว่างทางกลับบ้านเจอด่านตำรวจเรียกตัวไว้ จึงเกิดอาการหงุดหงิดและฉุนเฉียน จึงต่อยตำรวจไปอย่างไม่รู้ตัว
ด้าน ด.ต.ถนอม บอกว่า ได้เข้าไประงับเหตุ หลังจากที่เห็น นายกฤษฎาทำร้ายข้าวของและล้มโต๊ะออกใบสั่ง แต่กลับถูกชกหน้าสวนกลับมา 1 ครั้ง จนล้มลงกับพื้น เพื่อนตำรวจจึงได้เข้ามาระงับเหตุดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม เมื่อนำตัวจับตรวจปริมาณจแอลกอฮอล์ภายในร่างกาย แต่ไม่พบแต่อย่างใด จึงได้แจ้งข้อหาเจตนาทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่พนักงาน ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

แหล่งข่าว sanook.com

เปิดจองยาซิเดกร้า ซึ่งเป็นยาที่ช่วยให้อวัยวะเพศชายแข็งตัวเร็วขึ้น ลดปัญหาครอบครัว ยอดซื้อแตะ 2 หมื่นเม็ดในวันแรก ด้าน ผอ.อภ. ลั่น ไม่ใช่ยาปลุกเซ็กส์

             เมื่อวานนี้ (1 ตุลาคม) นพ.วิทิต อรรถเวชกุล ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม (อภ.) เปิดเผยว่า เมื่อวานนี้เป็นวันที่วางแผงยาซิเดกร้า (Sidagra) ซึ่งเป็นยาที่รักษาอาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศที่ทาง อภ. ผลิตขึ้นมาเอง พบว่า มียอดสั่งซื้อเข้ามาประมาณ 5,000 กล่อง หรือ 2 หมื่นเม็ดแล้ว และได้ส่งไปตามร้านขายยาที่สั่งมาเรียบร้อย
             นพ.วิทิต กล่าวต่อไปว่า สำหรับผู้ที่จะซื้อยาซิเดกร้าได้ ต้องได้รับใบสั่งจากแพทย์ว่าเป็นผู้เสื่อมสมรรถภาพทางเพศจริง ๆ ซึ่งการผลิตยาดังกล่าว มีจุดประสงค์หลักคือช่วยทำให้อวัยวะเพศชายแข็งตัวเร็วขึ้น เป็นการบำบัดให้คุณภาพชีวิตครอบครัวของผู้ที่มีปัญหาเสื่อมสมรรถภาพดีขึ้น ไม่ใช่เป็นยาปลุกเซ็กส์ ทำให้อารมณ์ทางเพศดูซู่ซ่าแต่อย่างใด \>

             ทั้งนี้ ยาซิเดกร้า เป็นยาเม็ดเคลือบสีฟ้า รูปทรงข้าวหลามตัด มีขาย 2 ขนาดด้วยกัน คือ 50 มิลลิกรัม ในราคาเม็ดละ 25 บาท และขนาด 100 มิลลิกรัม ในราคาเม็ดละ 45 บาท โดยจะบรรจุขายเป็นแผง แผงละ 4 เม็ดด้วยกัน

แหล่งข่าว ฐานเศรษฐกิจ


วันที่ 2 ต.ค.55  เวลา 09.00 น.  ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า มีเหตุถนนยุบตัว เหตุเกิดที่บริเวณ ถ.งามวงวานศ์ ฝั่งขาออก ใต้สะพานข้ามแยกบางเขน ก่อนออกถนนวิภาวดี ประมาณ 20 เมตร ซึ่งอยู่ใกล้กับร้านอาหารใบไม้ร่าเริง และโรงพยาบาลวิภาวดี แขวงลาดยาวเขตจตุจักร กทม. เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบว่า บริเวณช่องการจราจรเลนซ้าย พบถนนทรุดตัวเป็นหลุมกว้างประมาณ 1 เมตร ลึกประมาณ 2 เมตร โดยภายในหลุมดังกล่าวมีลักษณะเป็นโพรง ซึ่งถนนที่เกิดเหตุนี้อยู่ในส่วนความรับผิดชอบของกรมทางหลวงฯ 
 
          ต่อมาเมื่อเวลา 09.30 น. นายประมณฑ์ สถาพรนานนท์ ผอ.สำนักทางหลวงที่ 11 กทม. ได้เดินทางมาตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ พร้อมกับนายอิศราเมศร์ คชานุกุลย์ ผอ.เขตจัตุจักร จากนั้นจึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ให้รีบเข้ามาเร่งดำเนินการซ่อมแซมอย่างเร่งด่วน 
 
          จากการสอบถาม ดต.นาดี เพชรดีทน ผบ.หมู่ป้องกันปราบปราม สน.พหลโยธิน กล่าวว่า จุดที่เกิดเหตุนั้น ในช่วง 3 วันที่ผ่านมา ขณะที่ตนเข้าเวรสายตรวจในช่วงเวรดึก ซึ่งขณะนั้นตนได้ขับรถผ่านมา และสังเกตเห็นว่ามีหลุมขนาดเท่าฝ่ามือ และในวันนี้ ระหว่างที่เดินทางมาเข้าเวร ก็ได้รับแจ้งว่า มีเหตุถนนทรุดตัวในจุดดังกล่าว จึงรีบเดินทางมาตรวจสอบ และนำกรวยยางมากั้นเอาไว้ เพื่อป้องกันรถที่วิ่งผ่านไปมาเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งต้องรีบดำเนินการอย่างรวดเร็ว เพราะจุดดังกล่าวเป็นพื้นที่รับผิดชอบของ สน.บางเขน แต่ด้วยความที่ตนอยู่ใกล้ที่สุด จึงรีบเดินทางมาช่วยอำนวยความสะดวกให้ก่อน และรอเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางเขน ให้มาดำเนินการต่อไป จากนั้นจึงรีบประสานงานให้เจ้าหน้าที่สำนักงานเขต ให้รีบมาดำเนินการต่อไป 
 
          "ในช่วงที่เกิดเหตุ ถือว่ามีการจราจรค่อนข้างที่จะคับคลั่ง และติดขัด จึงส่งผลให้เกิดปัญหาการจราจรตามมาเป็นระยะทางยาว ทำให้เจ้าหน้าที่จราจร ทั้งในพื้นที่ และใกล้เคียงต้องพยายามที่จะเร่งระบายรถให้ไวที่สุด " ดต.นาดี เพชรดีทน ผบ.หมู่ป้องกันปราบปราม สน.พหลโยธิน กล่าว 
 
          ด้าน นายประมณฑ์ กล่าวว่า จุดที่เกิดเหตุอยู่ใกล้กับแนววางท่อระบายน้ำของ กทม. ซึ่งเป็นไปได้ว่า ท่อระบายน้ำอาจเกิดการรั่วซึม และน้ำที่รั่วออกมานั้น จึงเป็นตัวเร่งให้ดินและทราย ซึ่งอยู่ใต้พื้นผิวถนน ไหลออกจนเกิดเป็นโพรงใต้ดิน ทั้งนี้ เมื่อรถวิ่งผ่านนานๆ เข้า ผิวถนนที่เป็นคอนกรีต ก็ไม่สามารถที่จะรับน้ำหนักได้ไหว จึงเกิดการทรุดตัวลง อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์นี้ถือว่ายังโชคดี ที่ไม่มีใครได้รับอันตราย หรือได้รับบาดเจ็บ 
 
          นายประมณฑ์ กล่าวอีกว่า สำหรับการซ่อมแซมในเบื้องต้น ได้นำเครื่องจักรและอุปกรณ์ มาทำการเปิดผิวถนน และขุดลอกดินที่เป็นโพรงออก เพื่อหาจุดที่มีการรั่ว และไหลของดินจากน้ำที่กัดเซาะ โดยการทำงานครั้งนี้ได้ประสานงานกับทาง กทม. รวมทั้ง รศ.ดร.สุทธิศักดิ์ ศรลัมพ์ อาจารย์วิศวะกรรมปฐพี ภาควิชากรมโยธา  คณะวิศวะกรรม ม.เกษตรศาสตร์  ให้เข้ามาร่วมช่วยดูแล และตรวจสอบด้วย ซึ่งเมื่อพบจุดรั่วซึมแล้วก็จะใช้ดิน หิน และซีเมนต์ เข้ามาทำการอุดรอยรั่ว และบดอัดด้วยกากมิคซ์ ซึ่งเป็นยางมะตอยที่แข็งแล้ว  ก่อนจะบดอัดด้วยแอสเฟ้าว์อีกครั้ง  เพื่อที่จะเร่งให้สามารถเปิดการจราจร ได้ทันก่อนช่วงเวลา 16.00 น. ในช่วงเย็นวันนี้ที่ 2 ต.ค. เพื่อให้ทันเวลาโรงเรียนเลิก และรองรับการจราจรในช่วงเย็นที่หนาแน่น 
 
          ขณะที่ นายอิศราเมศร์ กล่าวว่า  เบื้องต้นทางสำนักงานเขตจัตรุจักร ก็ได้ประสานสำนักโยธา กทม. มาร่วมทำงานกับ กรมทางหลวงฯ ซึ่งจุดดังกล่าวทางสำนักระบายน้ำ กทม. ได้มีการวางท่อระบายน้ำเป็นท่อลอดถนน หรือไซฟ่อน บริเวณจุดเกิดเหตุ ท่อขนาด 1.5 เมตร และทำการฝังในความลึก 3 เมตร และมาทำการเชื่อมจุดดังกล่าวซึ่งมีความกว้างประมาณ 5 เมตร จึงเป็นไปได้ว่า ท่อระบายน้ำอาจเกิดการรั่วซึม ทำให้น้ำกัดเซาะชั้นดินด้านล่าง และไหลไปตามท่อระบายน้ำ ทำให้จุดดังกล่าวเป็นโพรงและเกิดอุบัติเหตุดังกล่าวขึ้น อีกทั้งการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้ ก็อาจจะเป็นผลพวงมาจากภาวะฝนตกหนักในช่วงหลายวันที่ผ่านมา จนทำให้เป็นตัวเร่งกับน้ำที่รั่วซึมอยู่ด้านล่าง จนทำให้ชั้นดินเกิดยุบตัวลง
 ที่กองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) แจ้งผู้ใช้ถนนหลีกเลี่ยงเส้นทางถนนงามวงศ์วาน บริเวณแยกเกษตรมุ่งหน้าแยกบางเขนหน้าโรงพยาบาลวิภาวดี เจ้าหน้าที่ได้ปิดการจราจร 2 ช่องทางขาออก เนื่องจากเกิดอุบัติเหตุถนนทรุดตัวในช่องทางซ้ายที่จะเลี้ยวเข้าถนนวิภาวดีรังสิตเป็นวงกว้างประมาณ 1 เมตรยาว 1.50 เมตรลึก 2 – 3 เมตรโดยเจ้าหน้าที่ได้กันพื้นที่เป็นเขตอันตรายแล้ว 
 
          สำหรับสาเหตุนั้นสันนิษฐานว่า เกิดจากท่อระบายน้ำใต้ดินรั่วทำให้ดินเกิดการทรุดตัว ล่าสุดเจ้าหน้าที่จากกรมทางหลวง กทม.และสำนักงานเขตบางเขน และตำรวจ สน.บางเขน กำลังเร่งแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างเร่งด่วนพร้อมทั้งนำเครื่องจักรเข้าพื้นที่ซ่อมแซมเป็นการด่วนแล้วหากไม่จำเป็นต้องใช้เส้นทางดังกล่าวให้หลีกเลี่ยงไปใช้ทางอื่นแทนจะสะดวกกว่า 
 
          ขณะเดียวกันกองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) ยังแจ้งผู้ใช้รถใช้ถนนหลีกเลี่ยงเส้นทางจราจรถนนอู่ทองใน ลานพระบรมรูปทรงม้า ถนนพิษณุโลกและราชดำเนินมีกลุ่มผู้ชุมนุมเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ปักหลักบริเวณลานพระบรมรูปทรงม้าประมาณ 200 คน รถปิกอัพบรรทุกไข่ 2 คัน รถบรรทุกเครื่องกระจายเสียง 1 คัน เรียกร้องราคาไข่ไก่ตกต่ำ และกำลังจะเคลื่อนขบวนไปยังทำเนียบรัฐบาลและนำไข่ไก่จำนวนหนึ่งไปปาทิ้งหน้าทำเนียบรัฐบาลและวางไว้ประตู 5 หน้าทำเนียบฯ จำนวน 20 ถาด 600 ฟอง

แหล่งข่าว คมชัดลึก

  กรมอุตุฯ ประกาศพายุเกมี เข้าไทย 6 - 7 ตุลาคมนี้ ทำฝนตกหนักทุกภาค คาดว่าปริมาณน้ำฝนเกิน 90.1 มิลลิเมตร เตือนประชาชนระมัดระวัง งดนำเรือเล็กออกจากฝั่ง

          วันนี้ (2 ตุลาคม) เมื่อเวลา 04.00 น. กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศว่า พายุโซนร้อน "เกมี" (GAEMI)  จะทวีกำลังแรงขึ้นจากบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง โดยมีศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 700 กิโลเมตร ทางตะวันออกของเมืองดานัง ประเทศเวียดนาม หรือที่ ละติจูด 17.0 องศาเหนือ และ ลองจิจูด 114.8 องศาตะวันออก มีความเร็วสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 65 กิโลเมตร/ชั่วโมง พายุนี้เกือบจะไม่เคลื่อนที่ และในช่วงวันที่ 2 - 3 ตุลาคม 2555 ยังไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อประเทศไทย

          ทั้งนี้ ในช่วงวันที่ 4 - 5 ตุลาคม คาดว่า พายุดังกล่าวจะเคลื่อนขึ้นฝั่งตอนกลางของประเทศเวียดนาม และในช่วงวันที่ 6 - 7 ตุลาคม จะเคลื่อนผ่านประเทศลาวตอนล่าง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ของประเทศไทยตามลำดับ ประกอบกับลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น ซึ่งลักษณะดังกล่าวจะทำให้ประเทศไทยมีฝนตกหนาแน่น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง 
          อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนที่อยู่บริเวณภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน ระมัดระวังอันตรายจากสภาวะอากาศดังกล่าว สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตอนบน และทะเลอันดามันจะมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูง 2 - 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเพิ่มความระมัดระวังอันตรายในการเดินเรือ และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง

          พร้อมกันนี้ กรมอุตุนิยมวิทยา ยังระบุอีกว่า ในช่วงวันที่ 2-3 ตุลาคมนี้ ร่องมรสุมที่พาดผ่านบริเวณภาคกลางตอนล่าง ภาคใต้ตอนบน และภาคตะวันออกมีกำลังอ่อนลง ส่วนมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนเป็นแห่ง ๆ ถึงกระจาย
          ขณะที่ นายสมชาย ใบม่วง รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา เปิดเผยว่า พายุเกมีนั้น ถือว่ามีทั้งผลดีและผลเสีย ผลดีคือ น้ำจะเข้าไปเติมปริมาณน้ำในเขื่อนลำปาว เขื่อนลำพระเพลิง และเขื่อนอุบลรัตน์ทางภาคอีสาน ส่วนภาคเหนือตอนล่างจะเติมที่เขื่อนสิริกิติ์และเขื่อนภูมิพล ที่มีปริมาณน้ำในเขื่อนเพียง 50 - 60% ส่วนผลเสียคือพื้นที่ใต้เขื่อนจะได้รับผลกระทบเพราะปริมาณน้ำฝนมีมาก ซึ่งคาดว่าจะเกิน 90.1 มิลลิเมตร

          นอกจากนี้ นายสมชาย ยังกล่าวอีกว่า ส่วนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ยังไม่น่าเป็นห่วงมากนัก แต่ทั้งนี้ฝากไปยัง กทม. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการบริหารจัดการน้ำ ให้วางแผนจัดการน้ำเหนือที่ไหลลงสู่ภาคกลางและลงสู่ทะเลต้องไม่ให้ตรงกับช่วงที่ทะเลหนุนสูงด้วย เนื่องจากคาดว่า ในวันที่ 7 ตุลาคม พายุลูกนี้จะเคลื่อนตัวออกจากประเทศไทย รวมถึงหลังจากนี้ ก็อาจจะมีพายุลูกอื่นเข้ามาอีกจนกว่าจะสิ้นเดือนตุลาคม

  พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06.00 น. วันนี้ ถึง 06.00 น. วันพรุ่งนี้

  ภาคเหนือ 


          มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ตาก สุโขทัย กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์

          อุณหภูมิต่ำสุด 23 - 24 องศาเซลเซียส
          อุณหภูมิสูงสุด 32 - 33 องศาเซลเซียส
          ลมตะวันออก ความเร็ว 10 - 30 กิโลเมตร/ชั่วโมง

  ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

          มีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่ง ๆ ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี
          อุณหภูมิต่ำสุด 22 - 24 องศาเซลเซียส
          อุณหภูมิสูงสุด 32 - 33 องศาเซลเซียส
          ลมตะวันออก ความเร็ว 10 - 30 กิโลเมตร/ชั่วโมง

  ภาคกลาง

          มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี กาญจนบุรี และราชบุรี
          อุณหภูมิต่ำสุด 24 - 25 องศาเซลเซียส
          อุณหภูมิสูงสุด 33 - 34 องศาเซลเซียส
          ลมแปรปรวน ความเร็ว 10 - 30 กิโลเมตร/ชั่วโมง

  ภาคตะวันออก 

          มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดสระแก้ว ระยอง จันทบุรี และตราด

          อุณหภูมิต่ำสุด 24 - 25 องศาเซลเซียส
          อุณหภูมิสูงสุด 31 - 34 องศาเซลเซียส
          ลมแปรปรวน ความเร็ว 15 - 35 กิโลเมตร/ชั่วโมง
          ทะเลมีคลื่นสูง 1 - 2 เมตร ส่วนบริเวณฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร 

  ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) 
          มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช

          อุณหภูมิต่ำสุด 23 - 24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส
          ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15 - 35 กิโลเมตร/ชั่วโมง
          ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1 - 2 เมตร 

  ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) 

          มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง พังงา และภูเก็ต

          อุณหภูมิต่ำสุด 23 - 24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31 - 33 องศาเซลเซียส
          ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15 - 35 กิโลเมตร/ชั่วโมง
          ทะเลมีคลื่นสูง 1 - 2 เมตร ส่วนบริเวณฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร 

  กรุงเทพมหานครและปริมณฑล 

          มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 60 ของพื้นที่

          อุณหภูมิต่ำสุด 24 - 25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33 - 34 องศาเซลเซียส
          ลมแปรปรวน ความเร็ว 15 - 30 กิโลเมตร/ชั่วโมง


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม 
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก
    กรมอุตุนิยมวิทยา