วันอังคารที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2555


แจ้งระวัง! กทม.จมน้ำ หวั่นตุลาคม ทั้งน้ำเหนือ น้ำฝน น้ำหนุนเจอกัน!

นายธนวัฒน์ จารุพงษ์สกุล หน่วยศึกษาพิบัติภัยและข้อสนเทศเชิงพื้นที่ ภาควิชาธรณีวิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยถึงสถานการณ์วิกฤติน้ำในประเทศไทยปี 2555 ว่า ปีนี้พื้นที่กรุงเทพมหานครยังน่าเป็นห่วง เนื่องจากมีร่องมรสุมและพายุพาดผ่านประเทศไทย นานผิดปกติโดยยังไม่สามารถหาสาเหตุได้ ซึ่งตามปกติแล้วร่องมรสุมจะอยู่ประมาณ 4-7 วัน แต่ปีนี้อยู่มาเกือบ 1 เดือนแล้ว ซึ่งร่องมรสุมที่พาดผ่านนานก็จะทำให้ฝนตกหนัก จึงถือว่ากรุงเทพมหานคร มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดน้ำท่วมที่มาจากน้ำฝน
สำหรับปีนี้คาดว่าจะมีพายุเข้ามาในช่วงเดือนตุลาคม เหมือนปี 2533 ,2539 และ 2549 ที่ทำให้น้ำท่วมภาคกลางซึ่งมีโอกาสสูงมาก และประมาณวันที่ 29 กันยายน ถึง 2 ตุลาคมนี้ คาดว่า จะมีฝนตกหนักซึ่งต้องจับตามองว่ากรุงเทพมหานคร จะรับมืออย่างไร ขณะที่ปัจจุบันกรุงเทพมหานคร กับรัฐบาลยังไม่บูรณาการแผนงานร่วมกัน
ส่วนข้อแนะนำนั้นขณะนี้มีวิธีเดียวคือพร่องน้ำในคลอง เพราะการขุดลอกคูคลองอาจไม่ทันการ พร้อมทั้งต้องหารือกับรัฐบาลว่า จะต้องไม่ปล่อยน้ำเหนือผ่านเข้ามา นอกจากนั้น การที่รัฐบาลทุ่มงบประมาณสร้างพนังกั้นน้ำให้สูงขึ้น อาจจะยิ่งทำให้กรุงเทพมหานครมีความเสี่ยงมากขึ้น หากฝนตกหนักเป็นเวลานาน และเขื่อนก็เริ่มปล่อยน้ำลงมา ซึ่งอาจเกิดปัญหาเหมือนกับเมืองนิวออร์ลีนส์ ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งเมื่อเกิดพายุกำแพงก็จะกลายเป็นอ่างเก็บน้ำ
สำหรับน้ำท่วมภาคกลางนั้นมีหลายปัจจัยไม่ใช่เฉพาะน้ำเหนือเท่านั้น ซึ่งปีนี้น่าห่วงเรื่องร่องมรสุมที่อยู่นานผิดปกติ อีกทั้งน้ำเหนือก็คาดว่าจะมาถึงกรุงเทพมหานคร ประมาณเดือนตลุาคมนี้เช่นกัน และช่วงนั้นก็อาจจะมีน้ำทะเลหนุนด้วยซึ่งถ้า 3 น้ำมาเจอกันกรุงเทพฯ ก็อาจต้องเจอปัญหาใหญ่
ส่วนในระยะยาวกรุงเทพมหานครจะต้องปรับท่อระบายน้ำให้ใหญ่ขึ้นจากที่ระบายได้ 60 มิลลิเมตรต่อชั่วโมงเป็น 100 มิลลิเมตรต่อชั่วโมงและขุดลอกคูคลองให้ลึกขึ้น ขณะที่แนวคิดที่จะก่อสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้นนั้นคิดว่าเขื่อนไม่ใช่มาตรการเบ็ดเสร็จที่ให้แก้ปัญหาทั้งหมด แต่จะต้องมีการบริหารจัดการน้ำที่ดีหากบริหารจัดการไม่ดีเขื่อนอาจจะกลายเป็นปัญหา รัฐบาลต้องให้คำตอบเรื่องความคุ้มค่าให้ได้

ขอบคุณข้อมูลจาก ทีวีไทย / ภาพ MThai News





ชาวบ้านตื่น! บั้งไฟพญานาคผุดบึงกาฬก่อนออกพรรษา

ชาวบ้านต่างแตกตื่นเมื่อจู่ ๆ มีบั้งไฟพญานาคผุดขึ้นจากบึงกาฬกว่า 30 ลูก โดยผู้เฒ่ารายหนึ่งกล่าวว่า ปีนี้อาจได้เห็นบั้งไฟพญานาคอีก 2 วันซ้อน คือในวันที่ 30 - 31 ตุลาคม เนื่องจากวันออกพรรษาของไทย-ลาวไม่ตรงกัน

            วานนี้ (24  กันยายน) ผู้สื่อข่าวรับแจ้งว่า เมื่อคืนวันที่ 23 กันยายน ที่ผ่านมา ซึ่งตรงกับวันพระ ขึ้น 8 ค่ำเดือน 10 มีชาวบ้านจำนวนมากในพื้นที่บ้านท่าไคร้ ม.5 ต.บึงกาฬ อ.เมือง จ.บึงกาฬมองเห็นบั้งไฟพญานาคผุดขึ้นจากแม่น้ำโขง ก่อนถึงวันออกพรรษาจึงรุดไปตรวจสอบ
            โดยนายวุฒิไกร เยาวขันธ์ อายุ 25 ปี ชาวกาฬสินธุ์ ช่างก่อสร้างพระอุโบสถ และเมรุหลังใหม่ของวัดโพธาราม หรือวัดหลวงพ่อพระใหญ่ บ้านท่าไคร้ กล่าวว่า เมื่อเวลาประมาณ 19.00 น. ของวันที่ 23 กันยายน ขณะที่ตนหันหน้าออกไปทางน้ำโขงตรงจุดที่กำลังก่อสร้างเมรุ ได้มองเห็นลูกไฟสีแดงอมชมพูพุ่งขึ้นจากน้ำโขงเป็นชุด ๆ จึงเรียกเพื่อนประมาณ 10 คน ออกมาดูด้วย เพราะไม่เคยเห็น และไม่รู้จักบั้งไฟพญานาคมาก่อน จากนั้นเมื่อเพื่อนยืนยันว่าเป็นบั้งไฟพญานาค ทุกคนจึงวิ่งกรูไปยังริมโขง แล้วจึงเห็นเต็มตาอีก 2 ชุด โดยแต่ละชุดจะขึ้นห่างกันประมาณ 7 นาที

            ด้าน นายณรงค์ ผ่านสำแดง อายุ 43 ปี ชาวเมืองบึงกาฬ ซึ่งเป็นช่างปูน กล่าวว่า เมื่อเพื่อนเรียกให้ดูลูกไฟ พอเห็นก็ฟันธงเลยว่า นี่คือบั้งไฟพญานาคของจริง เพราะบ้านตนอยู่ริมโขงใกล้วัดอาฮงศิลาวาสที่เป็นส่วนที่ลึกที่สุดของแม่น้ำโขง หรือที่เรียกกันว่า สะดือแม่น้ำโขง ดังนั้นจึงเคยเห็นประจำ และวันนี้ก็เห็นขึ้นมาประมาณ 30 ลูก ใช้เวลา 15 นาที จากเวลา 19.30 - 19.45 น.
            ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า มีคนเฒ่าคนแก่รายหนึ่งบอกว่า ปีนี้เป็นปี 8 สองหนการออกพรรษาระหว่างไทย และลาวจะไม่ตรงกัน โดยไทยจะออกพรรษาในวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 11 ตรงกับวันที่ 30 ตุลาคม ส่วนคนลาวจะออกพรรษาในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 ตรงกับวันที่ 31 ตุลาคม ดังนั้นปีนี้จึงอาจได้ดูบั้งไฟพญานาคในลำน้ำโขงอีกถึง 2 วันซ้อน

 
เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล 
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก



อุตุฯเตือนภัยฉบับที่ 5 เฝ้าระวังฝนตกหนัก-หนักมาก 25 ก.ย.55

ร่องมรสุมกำลังแรงพาดผ่านบริเวณภาคกลาง และภาคตะวันออก ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้

        ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังค่อนข้างแรง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้จะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยและพื้นที่ที่มีน้ำท่วมบริเวณดังกล่าวระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากในระยะ 1-3 วันนี้ สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตอนบนและทะเลอันดามันมีกำลังค่อนข้างแรง โดยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ชาวเรือเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือในช่วงวันที่ 25-30 กันยายน 2555
        อนึ่ง พายุไต้ฝุ่น “เจอลาวัต” (JELAWAT) บริเวณด้านตะวันออกของประเทศฟิลิปปินส์ มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จะเคลื่อนตัวไปใกล้เกาะไต้หวันในช่วงวันที่ 28-29 กันยายน 2555 ส่วนพายุโซนร้อน “เอวิเนีย” (EWINIAR) บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จะเคลื่อนตัวไปใกล้ประเทศญี่ปุ่นในช่วงวันที่ 28-29 กันยายน นี้
       
        ประกาศ ณ วันที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2555 เวลา 11.30 น.

ฮือฮา! คลิปแม่หมอสุพัฒน์พูดถึงลูกชาย บอกเป็น ลูกอกตัญญู
25 กันยา 2555 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่ นายสุเทพ เลาหะวัฒนะ พี่ชายของ พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ เลาหะวัฒนะ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์เปิดใจกับสื่อ เกี่ยวกับคดีปมการหายตัวไปของสองสามีภรรยา จนเชื่อมโยงมาสู่การขุดค้นพบโครงกระดูกภายในไร่สัปปะรด ก่อนที่หมอสุพัฒน์จะถูกจับกุมตัวในเวลาต่อมา ตามที่ได้รายงานข่าวไปแล้วในเบื้องต้น
ล่าสุดในโลกออนไลน์ได้มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอสั้นๆ ของหญิงชราคนหนึ่ง ซึ่งถูกระบุว่าเป็น นางถนิม เลาหะวัฒนะ หรือ มารดาของหมอสุพัฒน์ ซึ่ง นายสุเทพ เคยได้ชี้แจงไปก่อนหน้านี้ว่า ได้นำตัวแม่ออกมาดูแลรักษาเอง อีกทั้งยังได้พูดคุยติดต่อกับแม่และมีการบันทึกคลิปวิดีโอสนทนาเอาไว้
คลิปดังกล่าวถูกโพสต์ลงที่เว็บไซต์ยูทูป โดยผู้ใช้ชื่อ bajobinka ซึ่งเป็นคลิปวิดิโอสั้นๆ 2 นาที ไม่ได้ระบุประเด็นการสนทนา แต่มีเสียงของหญิงชราที่เชื่อว่าเป็น นางถนิม มารดาของหมอสุพัฒน์ ซึ่งสามารถจับใจความได้ว่า
"ถ้ามีคนขอซื้อบ้านก็คงขาย ให้มันไปอยู่ที่ไหนก็ตามใจมัน แต่มันฆ่าแม่แน่ ถ้าคิดขายบ้านมัน มันไม่มีที่อยู่ มันคิดฆ่าแม่แน่ ไอ้ตั้วใจร้ายมาก มันไม่ได้รักแม่เลย เลี้ยงมันมา ให้เงินมันตั้งแยะ อกตัญญูและบาปกรรม ทุกวันนี้้ก็เห็นแล้ว กรรมเวรมันได้รับแล้ว"
"มันขอเงินแม่ก็ให้ทุกที แม่มีน้อยก็ให้น้อย แต่ถ้าไม่มีเลยก็จะเอาค่าเช่าจากญี่ปุ่นให้มัน ญี่ปุ่นเขาให้เงินเป็นปี ไม่ได้เป็นเดือน มันไปขอเงินจากเขา เขาไม่ให้ แม่ได้สั่งเลยนะแต่เขาไม่ให้ มันก็ไปโกรธเขาที่ไม่ให้เงินมัน เขาบอกจะให้กับแม่เพราะแม่เป็นคนให้เขาเช่า มันก็จะไปไล่เขาออก"



ชาว Social ประณาม รายการชิงช้าสวรรค์หากินกับความตาย
เวิร์คพอยท์งานเข้า! ชาวเน็ตประนามรายการชิงช้าสวรรค์หากินกับความตาย แพร่เทปวินาทีแม่บอกน้องออมเรื่องพ่อเสียชีวิต


กลายเป็นดราม่าชั่วข้ามคืน! กับกรณี"รายการชิงช้าสวรรค์" ทางสถานีโทรทัศน์โมเดิร์นไนน์ หรือช่อง 9 เมื่อวันที่ 22 ก.ย.ที่ผ่านมา เผยแพร่ภาพวินาทีที่คุณแม่ของ"น้องออม" หนึ่งในผู้เข้าประกวด บอกกับลูกสาวว่าคุณพ่อเสียชีวิตแล้ว ซึ่งทำให้น้องออมถึงกับร้องไห้โฮและทรุดลงไปกองกับพื้น
ซึ่งหลังเทปรายการชิงช้าสวรรค์ออกอากาศไป ในโลกออนไลน์ได้มีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงกรณีดังกล่าวอย่างมาก ในเชิงว่าเอาความตายของคนมาเรียกเรตติ้ง
พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า "รายการชิงช้าสวรรค์" อาจมีการเขียนสคิปต์ให้พิธีกรรายการซักถาม เพราะมีการถามจี้ถึงเรื่องการเสียชีวิตของคุณพ่อ"น้องออม" ซึ่งเสียชีวิตระหว่างที่น้องออมมาแข่งขันในรายการ ถามเพื่อนในวงที่มาร่วมแข่งขันว่าทราบเรื่องไหม และปิดท้ายที่พิธีกรหญิงพูดว่า"วันนี้เป็นวันเกิดของคุณแม่น้องเขาด้วยนะคะ"
งานนี้ก็ไม่รู้ว่าบิ๊กบอสของเวิร์คพอยท์ อย่าง"เสี่ยตา ปัญญา"จะว่าอย่างไร เมื่องานเข้าอีกแล้ว...
ที่มา sanook.com

คลิกชมภาพต่อไป

คลิกชมภาพต่อไป

คลิกชมภาพต่อไป



กทม.แจ้ง ลูกตาล รีบปลดป้ายโฆษณาในที่สาธารณะด่วน!

นางนินนาท ชลิตานนท์ รองปลัดกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยกรณีนักแสดงสาวรุ่นใหญ่  "ลูกตาล" ชโลมจิต จันทร์เกตุ เปลือยกายถ่ายภาพหวิว ทำเป็นป้ายขนาดใหญ่เพื่อประชาสัมพันธ์ธุรกิจของตัวเองตั้งอยู่บริเวณหน้าร้านและได้มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ทางอินเตอร์เน็ตเกี่ยวกับป้ายดังกล่าวที่อยู่ในพื้นที่สาธารณะต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเลียบทางด่วน สถานีรถไฟฟ้า  กทม.ในฐานะหน่วยงานท้องถิ่นมีอำนาจหน้าที่ดูแลเกี่ยวกับโครงสร้างความแข็งแรงของป้ายและการควบคุมไม่ให้มีการก่อสร้างในพื้นที่สาธารณะเท่านั้น ไม่ได้ดูแลควบคุมเนื้อหาในป้ายโฆษณา อย่างไรก็ตาม ได้ประสานให้เจ้าหน้าที่เทศกิจ เขตวังทองหลาง ลงพื้นที่สำรวจป้ายดังกล่าวและได้ประสานไปยังเจ้าของป้าย ซึ่งได้รับการยืนยันจากเจ้าของว่าจะปลดป้ายดังกล่าวออกให้เร็วที่สุด

ป่านางเสือ2 เปิดตัววันแรก บู๊ทั้งกองถ่าย
"กันตนา" เอาใจแฟนละคร ใช้กล้อง "เรด" เก็บรายละเอียดภาพเน้นเทคนิคพิเศษแบบสโลว์

ปิดฉาก "ป่านางเสือ" ภาคแรก ไปอย่างสนุกแต่ทำแฟนละครเจ็บใจที่  ตัวร้ายอย่าง "นายใหญ่" หนีไปได้  มาถึง "ป่านางเสือ2ผู้กำกับ "หยง"  เอกภพ  ตันหยงมาศกุล เลยขอประเดิมด้วยฉากบู๊ แน่นๆให้แก็งค์นางเสือตามไล่ล่าจับตัว"นายใหญ่"  ให้แฟนละครได้ลุ้นระทึกกันตั้งแต่เปิดฉากแรก แถมยังเสริมพิเศษด้วยการใช้กล้อง "เรด"  ซึ่งเป็นกล้องที่ใช้ถ่ายเทคนิคพิเศษแบบสโลว์มาเก็บทุกรายละเอียดของภาพในฉากนี้อีกด้วย   เพื่อเน้นเห็นความเท่ห์และความสวยงามในชั้นเชิงบู๊ของแก็งค์นางเสือกันชัดๆ และเพื่อแฟนละครรู้สึกตื่นเต้นสะใจไปกับฉากนี้
ป่านางเสือ2
                เป็นฉากที่ แก็งค์นางเสือ ที่มี ดาว (ยุ้ย จีรนันท์)   ฤทธิชัย  (เติ้ล ธนพล)  อภิชาติ (เขตต์ ฐานทัพ)  จักจั่น (เอี๊ยม  วรรษพร)  ไผ่  (ธันญ์ ธนากร)  บุกเข้ามาที่กองบัญชาการของนายใหญ่ ขององค์กรแบล็ค อีวิล แต่ก่อนที่จะได้เจอตัวนายใหญ่ แก็งค์นางเสือก็ต้องยิงและบู๊กับเหล่าสมุนไปตลอดทาง  น่าเสียดายที่สุดท้ายนายใหญ่ก็หนีไปได้อีก  ทำแก็งค์นางเสือเจ็บใจ
ป่านางเสือ2
                ปกติการถ่ายทำฉากบู๊กลางแจ้งก็มีรายละเอียดที่ค่อนข้างยุ่งยากในการถ่ายทำอยู่แล้ว แต่นี่ผู้กำกับหยงบอกว่าบู๊กลางแจ้งมาเยอะ ขอเลือกที่จะเปิดตัวฉากบู๊กันในตัวตึกกันบ้าง เลยทำให้การถ่ายทำต้องละเอียดขึ้น ยิ่งมีเอฟเฟคเข้ามาร่วมยิ่งยากเป็นทวีคูณ
งานนี้กันตนาขอขายภาพสวยแบบจัดเต็ม  ด้วยการลงทุนเอากล้องเรดซึ่งมีราคาสูงมาก มาใช้ถ่ายทำเทคนิคพิเศษแบบสโลว์โมชั่น เพื่อเน้นรายละเอียดและความชัดเจนของฉากบู๊นี้เพิ่มมากขึ้น แถมยังได้ผู้กำกับหยงลงมือใช้กล้องเรดนี้ถ่ายทำด้วยตัวเองด้วย  ทำเอานักแสดงถูกอกถูกใจชื่นชมไปกับภาพสวยๆกันยกใหญ่ และผู้กำกับ
ป่านางเสือ2
หยงยังได้เสริมความเหมือนจริงด้วยการให้ทีมงานมืออาชีพจัดอาวุธปืนหลากหลายรุ่นที่ใช้ลูกแบ็งค์(มีแต่เสียงไม่มีหัวกระสุน) มาใช้ในฉากนี้ให้เหล่านักแสดงยิงกันเสียงดังสนั่นจนหูดับกันไปข้างอีกด้วย  เรียกว่าทุ่มทุนกันอย่างจริงจังแบบไม่ลังเลกับฉากเปิดตัวละครฉากนี้กันเลย 
ในส่วนของนักแสดงแต่ละคิวบู๊ก็ไม่ง่าย แม้จะมีครูมาสอนให้ที่หน้ากอง แต่ก็ต้องเล่นด้วยชั้นเชิงบู๊ที่สวยกว่า ยากกว่าและให้ดูเก่งกว่าป่านางเสือภาคแรกมาก  โดยเฉพาะนางเอกยุ้ย แค่ฉากเปิดตัวคัทแรกที่ต้องกระโดดกางแขนเหาะลงมา ถึงกับต้องปีนบันไดลิงไปถ่ายทำกันบนยอดดาดฟ้าตึกเลยทีเดียว และต้องกระโดดกันอยู่หลายต่อหลายรอบ กว่าจะได้ภาพสวยถูกใจผู้กำกับ รวมถึงฉากเปิดตัวยุ้ยในตึกที่ต้องกระโดดลงมาจากเก้าอี้ เป็นเทคนิคการถ่ายทำแทนให้ดูเหมือนยุ้ยกระโดดทะลุกระจกเข้ามาในตึก ตรงนี้กว่ายุ้ยจะกระโดดแล้วลงมายืนด้วยท่วงท่าเท่ห์สวยงามสมศักดิ์ศรีนางเสือผู้เก่งกล้าได้นั้น ก็ต้องกระโดดลงมาจากเก้าอี้ถึงกว่าสี่สิบครั้ง ทำเอายุ้ยถึงกับขาเปลี้ยเสียศูนย์ไปพักใหญ่ 
ป่านางเสือ2
ส่วนนักแสดงคนอื่นก็ทุ่มเทให้กับฉากนี้กันแบบสุดตัวเตรียมฟิตซ้อมวอร์มร่างกายกันมาเต็มที่ แต่กว่าจะถ่ายทำกันได้แต่ละคัทก็ต้องถ่ายทำกันหลากหลายมุม หลายแอ๊คชั่น ก็ต้องใช้เวลากันยาวนานพอสมควร  ทำเอาเหล่าแก็งค์นางเสือถึงกับหมดแรงไปตามๆกัน  เพราะแค่ฉากนี้ฉากเดียวใช้เวลาถ่ายทำกันถึงสองวันอสมควร กอง แต่ก็ต้องเล่นด้วยชั้นเชิงบู๊ที่สวยกว่าและให้ดูเก่งกว่าป่านางเสือภาคแรก ทเลยทีเดียว

         ติดตามป่านางเสือ2 ได้ วันจันทร์-อังคาร หลังข่าวภาคค่ำ เวลา 20.20-22.30 น. ทางช่อง 7
ป่านางเสือ2



ผลตรวจ 3 โครงกระดูก พบถูกจ่อยิง-ฟันคล้ายของเหยื่อ!

ผลตรวจ 3 โครงกระดูก พบถูกจ่อยิง-ฟันคล้ายของเหยื่อ!




ผลตรวจ โครงกระดูก พบถูกจ่อยิง-ฟันคล้ายของเหยื่อ

            ผู้ช่วย ผบ.ตร. ตรวจโครงกระดูกที่ขุดพบจากไร่ ระบุลักษณะฟันตรงกับข้อมูลที่พ่อผู้สูญหายแจ้งไว้ เผยศพแรกเป็นชาย มีเหรียญ 5 บาท และ 1 บาท ใส่ไว้ในปาก โครงที่ 2 และ 3 ถูกจ่อยิงหัว
            จากกรณี พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ เลาหะวัฒนะ ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีอุ้มฆ่า สองสามี-ภรรยา เจ้าของไร่สับปะรด ที่หายตัวไปนานกว่า 3 ปี ล่าสุด วานนี้ (24 กันยายน) พล.ต.ท.จรัมพร สุระมณี ผู้ช่วย ผบ.ตร.พร้อมด้วย พ.ต.อ.พรชัย สุธีรคุณ รอง ผบก.สถาบันนิติเวชวิทยา ได้ร่วมกันตรวจสอบโครงกระดูกมนุษย์ 3 โครง ที่ขุดพบภายในไร่ของ พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ โดย พล.ต.ท.จรัมพร กล่าวว่า โครงกระดูกแรกถูกส่งมาตั้งแต่วันที่ 21 กันยายน ที่ผ่านมา จากการตรวจสอบพบว่าเป็นเพศชาย ไม่มีร่องรอยถูกทำร้าย โดยมีเหรียญ 5 บาท และเหรียญ 1 บาทใส่อยู่ในปาก

            ส่วนโครงกระดูก 2 โครง ซึ่งเพิ่งถูกส่งมาในวันที่ 24 กันยายน ที่ต้องสงสัยว่าอาจเป็นโครงกระดูกของผู้สูญหายนั้น พบว่า บริเวณกะโหลกของโครงกระดูกที่ 2 มีรูกระสุนบริเวณท้ายทอย ขนาดกระสุนเล็กกว่า 9 มิลลิเมตร ลักษณะรูกระสุนกลม สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นการยิงระยะใกล้ ขณะเดียวกันยังพบหัวกระสุนอยู่ด้านในกะโหลก ซึ่งจะมีการผ่ากะโหลกเพื่อนำเศษโลหะข้างในมาตรวจสอบอีกครั้ง

            พล.ต.ท.จรัมพร กล่าวต่อว่า สำหรับโครงกระดูกที่ 3 ยังไม่ทราบเพศ เนื่องจากสภาพโครงกระดูกไม่สมบูรณ์ ที่กะโหลกบริเวณท้ายทอยพบรูกระสุน 3 รูเรียงกัน ขนาดกระสุนน่าจะเล็กกว่า 9 มิลลิเมตร คาดว่าเป็นการยิงระยะประชิด โดยศีรษะนิ่งคล้ายถูกจับหรือกดไว้ ซึ่งการยิงติดต่อกัน 3 นัด เช่นนี้ ถ้าศีรษะไม่นิ่งก็ทำไม่ได้ เพราะยิงนัดแรกร่างกายก็คงเคลื่อนไหวไปในทิศทางอื่น

            พล.ต.ท.จรัมพร กล่าวเสริมว่า โครงกระดูกทั้งหมดมีสภาพเกือบสมบูรณ์ และมีอายุเกินกว่า 1 ปี สำหรับการตรวจสอบว่าเป็นเพศใด ตรงกับผู้สูญหายหรือไม่ ทางเจ้าหน้าที่จะสกัดดีเอ็นจากกระดูกไปตรวจสอบโดยการเทียบกับดีเอ็นเอของพ่อ แม่ และลูกของผู้สูญหาย คาดว่า 2 - 3 วัน น่าจะทราบผล จากนั้นจะส่งผลการตรวจทั้งหมดให้ตำรวจ บช.ภ.7 เพื่อใช้ในการสืบสวนสอบสวนต่อไป

            อย่างไรก็ตาม เนื่องจากสภาพของกะโหลกค่อนข้างสมบูรณ์ ดังนั้น หากมีภาพถ่ายของผู้สูญหาย สามารถนำมาทำภาพเชิงซ้อนได้ ซึ่งเรื่องนี้ได้ประสานให้ บช.ภ.7 ส่งภาพของผู้สูญหาย และข้อมูลต่าง ๆ มา ทั้งนี้ ในส่วนของโครงกระดูกที่ 3 พบว่า โครงฟันล่างมีลักษณะเกเข้า และเกออก คล้ายกับลักษณะที่ทางญาติของผู้สูญหายแจ้งข้อมูลไว้ จึงอยากให้นำรูปถ่ายที่ยิ้มเห็นฟันมาเปรียบเทียบว่า ตรงกับลักษณะฟันของผู้สูญหายหรือไม่ แต่พบว่า โครงกระดูก 2 โครงหลังน่าจะมีอายุเก่าแก่กว่าโครงกระดูกอันแรก
ตำรวจ ยัน เมียหมอสุพัฒน์ไม่ได้ติดต่อขอมอบตัว
 
            ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 ระบุ ยังแจ้งข้อหา "หมอสุพัฒน์" แค่ 3 ข้อหา ยัน ภรรยาผู้ต้องหาไม่ได้ติดต่อขอมอบตัว

            พล.ต.ท.หาญพล นิตย์วิบูลย์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 เปิดเผยกับ สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า วันนี้จะประชุมร่วมกับ พนักงานสอบสวน และชุดสืบสวน ที่ร่วมกันทำคดี 2 สามีภรรยาหายตัวไป ซึ่งเบื้องต้น ศาลไม่ให้ประกันตัว พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ เลาหะวัฒนะ นายแพทย์ (สบ5) อายุรแพทย์ โรงพยาบาลตำรวจ พร้อมกับแจ้งข้อหาไว้ 3 ข้อหา คือ กักขังหน่วงเหนี่ยว ลักทรัพย์ และครอบครองอาวุธปืน ส่วนข้อหาฆ่าคนตายยังไม่ได้แจ้ง เพราะต้องรอผลพิสูจน์ DNA ซึ่งอาจจะทราบผลก่อนวันศุกร์นี้ ขณะที่ พนักงานสอบสวน ยังต้องสอบสวน นายสุเทพ เลาหะวัฒนะ พี่ชายของ พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ เพิ่มอีกด้วย

            อย่างไรก็ตาม ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 กล่าวยืนยันว่า ภรรยาของ พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ ยังไม่มีการติดต่อขอมอบตัวแต่อย่างใด


DSI จ่อแจ้งข้อหาค้ามนุษย์เพิ่ม หมอสุพัฒน์ 


 
           ดีเอสไอ แบ่งชุดสืบลงพื้นที่ คดี "หมอสุพัฒน์" จ่อแจ้งข้อหาค้ามนุษย์เพิ่ม ชี้ ทำคดีคู่ขนานไปกับตำรวจ หลังพ่อมาร้องดีเอสไอให้ตรวจสอบซ้ำ

            พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ หัวหน้ากลุ่มงานบริหารคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยว่า กรณีที่ทางบิดาและญาติของ 2 สามีภรรยาที่หายตัวปริศนา มาร้องเรียนกับดีเอสไอ ให้สืบหาอีกแรงหนึ่งนั้น ทางอธิบดีดีเอสไอ ได้มอบหมายให้ตนเองดูแลคดีนี้ และได้ทำการสืบสวนสอบสวนคู่ขนานไปกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจตามคำร้องขอของญาติ ที่สามารถจับกุมตัว พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ เลาหะวัฒนะ ไปแล้วนั้น 

          โดยล่าสุด จากปากคำให้การของแรงงานต่างด้าวชาวพม่า เบื้องต้น คาดว่า อาจจะเข้าข่ายการค้ามนุษย์โดยผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นขอบเขตอำนาจของ ดีเอสไอ ซึ่งหากรวบรวมพยานหลักฐานครบถ้วน ก็จะแจ้งข้อหาเพิ่มอีกข้อหาหนึ่ง โดยวันนี้ ตนเองจะเดินทางไปที่ บช.ภ.7 เพื่อประสานขอสำนวนคดีมาดูอีกครั้งหนึ่ง และแบ่งทีมลงพื้นที่สอบสวนในทางลับ ในพื้นที่เกิดเหตุอีกด้วย

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก

ฝนถล่มกรุงหนัก! จราจรชะลอตัว แต่พอเคลื่อนได้

พบฝนตกหลายพื้นที่ใน กทม. สูงสุด เขตดินแดง 57.0 ม.ม. การจราจรหลายเส้นทางหลักชะลอตัว แต่ยังเคลื่อนได้ 
เรดาร์รายงานสภาพอากาศ กทม. รายงานพบกลุ่มฝนระดับอ่อน-หนัก หลายพื้นที่ ได้แก่ เขตบางพลัด บางซื่อ จตุจักร ตลิ่งชั่น ภาษีเจริญ บางใหญ่ จอมทอง ดุสิต พญาไท ดินแดง ราชเทวี พระนคร สัมพันธวงศ์ ราชเทวี ห้วยขวาง ปทุมวัน บางรัก วัฒนา สาทร คลองเตย บางคอแหลม ยานนาวา บางนา พระโขนง ประเวศ ส่วนปริมณฑลมีฝนอ่อน-ปานกลาง อ.บางกรวย อ.บางใหญ่ อ.เมืองนนทบุรี อ.พระประแดง ปริมาณฝนสูงสุดวัดได้ที่เขตดินแดง 57.0 ม.ม.
กองบังคับการตำรวจจราจร หรือ บก.จร. รายงานสภาพการจราจร
ถนนสีลม จาก แยกสีลม-เจริญกรุง มุ่งหน้า แยกสุรศักดิ์ รถมากเคลื่อนตัวได้เรื่อยๆ
ช่วงแยกนราลม มุ่งหน้า แยกศาลาแดง รถมากเคลื่อนตัวได้ดี 
ถนนสาทรเหนือ จาก สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า มุ่งหน้าแยกวิทยุ รถมากเคลื่อนตัวได้ 
ถนนสาทรใต้ จากแยกวิทยุ มุ่งหน้าแยกสาทร รถมากเคลื่อนตัวช้า มีท้ายแถวแยกนรินทร
ขอขอบคุณภาพจากโซเชียลเน็ตเวิร์กของทุกท่าน


คลิกชมภาพต่อไป

คลิกชมภาพต่อไป



รายการ เรื่องของเรื่อง (แกรมมี่ วันเดอร์แลนด์) 24 กันยายน 2555

"แกรมมี่ วันเดอร์แลนด์" มันหยด หมดตึก!! เตรียมยกขบวนศิลปิน นักแสดงทั้งตึกแกรมมี่ ไประเบิดความสนุกกันแบบมันหยด หมดตึกในโปรเจกต์ยักษ์แห่งปี "GRAMMY WONDERLAND" ระหว่างวันที่4-7ต.ค.นี้ 

รายการ เรื่องของเรื่อง (แกรมมี่ วันเดอร์แลนด์) 24 กันยายน 2555  1/3


รายการ เรื่องของเรื่อง (แกรมมี่ วันเดอร์แลนด์) 24 กันยายน 2555 2/4


รายการ เรื่องของเรื่อง (แกรมมี่ วันเดอร์แลนด์) 24 กันยายน 2555 3/3