วันจันทร์ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2555


จากกรณีที่รัฐบาลได้ประกาศผ่านรัฐสภาให้โครงการถมทะเลสร้างเมืองใหม่ เป็นนโยบายเร่งด่วนที่ต้องทำในสมัยรัฐบาลนี้ โดยทุ่มงบประมาณมูลค่ากว่า 1.8 ล้านล้านบาทในการดำเนินการ เพื่อพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางธุรกิจ ที่อยู่อาศัย รีสอร์ต มารีน่า และรถไฟความเร็วสูง
รวมไปถึงเป็นแนวกันน้ำท่วมและแก้ไขปัญหาน้ำทะเลกัดเซาะชายฝั่ง เพื่อลดการกัดเซาะให้ลดน้อยลง ทั้งนี้แม้โครงการจะถูกคัดค้านอย่างหนัก แต่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และรัฐบาลเพื่อไทย ก็ยังพยายามพลักดันให้นโยบายดังกล่าวเดินหน้าอยู่นั้น
นายบุญเชิด คิดเห็น อธิบดีกรมที่ดิน ได้ออกมากล่าวถึงความคืบหน้าของโครงการว่า ขณะนี้ขั้นตอนโครงการอยู่ระหว่างการยกร่างพระราชบัญญัติฉบับใหม่เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ซึ่งเบื้องต้นร่างพระราชบัญญัติได้ผ่านการพิจารณาของคณะทำงานยกร่างฯ แล้ว เตรียมจะเสนอกระทรวงมหาดไทย และคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเร็วๆ นี้
โดยการยกร่างพระราชบัญญัติฉบับใหม่นั้น ได้มีการเสนอให้จัดตั้งเป็นนิติบุคคลเฉพาะกิจ (Special Purpose Vehicle : SPV) ใช้ชื่อว่า บริษัท บริหารจัดการและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ไทย จำกัด เป็นผู้ดำเนินงานในการจัดการโครงการ ให้มีรูปแบบเหมือนบริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด ที่คอยผลักดันนโยบายด้านเศรษฐกิจและการบริหารจัดการที่ดินของรัฐ ทั้งแปรสภาพแหล่งน้ำ และถมทะเล
ส่วนแนวทางในการดำเนินการนั้น ให้นำการก่อสร้างศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติถนนแจ้งวัฒนะเป็นต้นแบบ เพื่อความคล่องตัวในการดำเนินการและการบริหารจัดการทางด้านการเงินและการระดมทุน โดยจะแบ่งการพัฒนาเป็นเฟส ๆ ตามความเหมาะสม
สำหรับพื้นที่ที่จะถมทะเลนั้น มีหลายตัวเลือก อาทิ สมุทรปราการ สมุทรสาคร เพชรบุรี และชลบุรี เบื้องต้นได้คัดเลือกพื้นที่เป็น 2 แนวทางคือ
1.ก่อสร้างเขื่อนกั้นน้ำบริเวณริมฝั่งทะเล จุดเริ่มต้นโครงการอยู่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ แล้วอ้อมทะเลอ่าวไทยไปเมืองพัทยา
2.ก่อสร้างลึกเข้าไปในทะเล ห่างจากชายฝั่งทะเล 15-16 กิโลเมตร ตามแนวสันทราย จากชายฝั่งทะเลในพื้นที่ จ.เพชรบุรี ไปถึงฝั่งทะเลด้าน จ.ชลบุรี รูปแบบจะเป็นถนนขนาด 4-6 เลน ตลอดทางจะมีประตูน้ำขนาดใหญ่สำหรับระบายน้ำทะเลเข้าออก และจะมีการถมทะเลพัฒนาเชิงพาณิชย์
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการดำเนินการโครงการก็ต้องขึ้นอยู่กับหลักวิชาการ และให้ความสำคัญกับผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นกับสิ่งแวดล้อมเป็นพิเศษ ขณะเดียวกันก็ต้องพิจารณาถึงความเหมาะสมและคุ้มค่าในเชิงเศรษฐกิจด้วย
ขอบคุณข้อมูลจาก ประชาชาติธุรกิจ


สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันที่ 30 กันยายนที่ผ่านมา เกิดพายุไต้ฝุ่นที่หมู่เกาะโอกินาวาทางตอนใต้ของญี่ปุ่น กำลังแรงของพายุเป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บถึง 50 ราย
รวมทั้งรถยนต์ที่ปลิวไปกับแรงลม พังเสียหาย ทางการของญี่ปุ่นเตือนให้ประชาชนอาศัยอยู่ในที่พักอาศัย หวั่นเกิดอันตราย

แหล่งข่าว Mthai.com



ไปดูคลิป การประกวดชายงาม แบบพิลึกๆ
คลิปการประกวดเเข่งขันชายงาม ในประเทศจีน โดยการประกวดดังกล่าวไม่เเน่ใจว่า เเต่ละคนที่เข้าประกวด กะมาเล่นตลกหรือประกวดเอาฮา 


ขอบคุณ sanook.com

คลิปสนุกๆ สุดยอดการจีบสาว ม.ปลาย ไปดุกัน
การจีบหญิง เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นนะครับสำหรับวัยรุ่น และ วัยต่างๆวันนี้มีคลิปมาแนะนำ วิธีการจีบหญิง ม.ปลาย แบบเทพๆให้ดูครับ


ขอบคุณ Youtube.com

พล.ต.ต.วรศักดิ์ นพสิทธิพร รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) รับผิดชอบงานจราจร เปิดเผยว่า ได้สั่งการไปยังกองบังคับการตำรวจนครบาล 1-9 กองบังคับการตำรวจจราจร และตำรวจจราจร 88 สน. กวดขันจับกุมความผิดเกี่ยวกับป้ายทะเบียนรถยนต์และจักรยานยนต์กรณีผู้ขับขี่ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2555 เป็นต้นไป 
เนื่องจากได้รับแจ้งจากกรมการขนส่งทางบกว่า ได้ดำเนินการจัดหาป้ายทะเบียนได้ครบแล้ว  ส่วนของเจ้าของรถที่รอแผ่นป้ายทะเบียนใหม่ต้องดำเนินการให้เรียบร้อย เพราะเป็นการส่งผลกระทบต่อปัญหาอาชญากรรมในพื้นที่ กทม.
แหล่งข่าว Mthai.com



สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานเหตุการณ์ความรุนแรงในเมืองรามุ ทาง ตอนใต้ของบังกลาเทศ โดยรายงานระบุว่า ชาวมุสลิมบังกลาเทศ กว่า 25,000 คน บุกเผาทำลายวัดพุทธเก่าแก่ อย่างน้อย 5 แห่ง และบ้านเรือนกว่า 100 หลังคาเรือน
โดยความรุนแรงดังกล่าว เกิดขึ้นตั้งแต่คืนวันเสาร์ และลุกลามมาจนถึงเช้าวันอาทิจตย์ ซึ่งสาเหตุเกิดจากมีกระแสข่าวลือว่าชายชาวพุทธคนหนึ่ง โพสต์รูปภาพเผาพระคัมภีร์กุรอ่านในเฟซบุ๊ก และความรุนแรงนี้เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสโกรธแค้นภาพยนตร์หมิ่นศาสดามุฮัมหมัดของผู้สร้างชาวอเมริกัน บวกกับความไม่พอใจเหตุปะทะรุนแรงระหว่างชาวพุทธและชาวมุสลิมโรฮิงยาในพม่า เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาด้วย
ล่าสุด ทางการได้ส่งกำลังทหารเข้าไปรักษาความสงบเรียบร้อย และห้ามการชุมนุมในที่สาธารณะ เพื่อป้องกันเหตุรุนแรงเพิ่มเติม
ทั้งนี้ ผู้นับถือศาสนาพุทธในบังกลาเทศมีไม่ถึงร้อยละ 1 ของประชากร 153 ล้านคน ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ ใกล้ชายแดนติดพม่า




แหล่งข่าว Mthai.com



สืบเนื่องจากกรณีที่ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ มีมติเอกฉันท์ 7 ต่อ 0 ชี้มูลความผิดบริษัท ไร่ส้ม จำกัด ฐานยักยอกเงินโฆษณาที่ได้รับเกินกว่าสัญญาที่บริษัทไร่ส้มทำไว้กับ อสมท ทำให้ อสมท ได้รับความเสียหายถึง 138,790,000 บาท
โดยในวันที่ 4 ตุลาคมนี้ ทางภาคีเครือข่ายต่อต้านการคอร์รัปชั่น ร่วมกับสถาบันอิศราจะจัดเสวนาเรื่อง “กรณีไร่ส้ม…บทพิสูจน์ความเข้มแข็งของสังคมในการต่อสู้คอร์รัปชั่น” ที่ห้องประชุมอิศรา อมันตกุล ชั้น3 อาคารสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย เวลา 10.00 -12.00 น.
นายมานะ นิมิตมงคล ผู้อำนวยการภาคีเครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชั่น ระบุว่ากรณีดังกล่าวทำให้สังคมตั้งคำถามว่าจรรยาบรรณสื่อมวลชนนั้น หากผู้ทำหน้าที่สื่อได้กลายเป็นนักธุรกิจที่มุ่งแสวงหาแต่กำไร และหากได้ทำการคดโกงแล้ว จะเชื่อถือในความเที่ยงตรงของสื่อได้อย่างไร
“ผู้ถูกดำเนินคดีคอร์รัปชั่นควรถูกทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 สั่งระงับการทำหน้าที่ และบรรดาธุรกิจควรหยุดการสนับสนุนรายการนี้หรือไม่ การที่ถูกจับได้ว่าโกงเงินไปแล้วเอามาคืน ถือว่ารัฐไม่เสียหายจริงหรือ แล้วต่อไปเราจะสอนเรื่องคุณธรรมจริยธรรมให้เด็กๆกันอย่างไร และที่สำคัญคอร์รัปชั่นควรเป็นปัญหาที่ประชาชน นักธุรกิจและรัฐ ต้องร่วมมือกันต่อต้านทุกรูปแบบและร่วมกันปฎิเสธ ไม่คบคนโกงใช่หรือไม่” นายมานะ กล่าว



ค้นบ้านพักในจังหวัดเพชรบุรีของ พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ ครั้งที่ 7 พบแท่งปูนปริศนา ใกล้จุดพบโครงกระดูก เตรียมนำขึ้นมาตรวจสอบ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 13.00 น. (30 ก.ย.)พ.ต.อ.พิชัย ปกป้อง ผกก.สภ.ท่าไม้รวก นำหมายค้นศาลจังหวัดเพชรบุรี พร้อมทีมกองพิสูจน์หลักฐาน ภาค 7 เข้าไปตรวจสอบภายในบ้านพักของ พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ เลาหะวัฒนะ ผู้ต้องหาคดีการหายตัวไปของนายสามารถ นุ่มจุ้ย และ นางอรษา เกิดทรัพย์ สองสามีภรรยา นานกว่า 3 ปี โดยการค้นหาครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 7 ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ใช้เครื่องตรวจหาวัตถุต้องสงสัยรวมถึงหัวกระสุน แต่ยังไม่พบหลักฐานเพิ่ม ขณะเดียวกันได้ให้เจ้าหน้าที่งมหาวัตถุต้องสงสัยบริเวณคลองระบายน้ำความกว้างประมาณ 4 เมตร ลึกประมาณ 1 เมตร พบวัตถุคล้ายแท่งปูนมีน้ำหนักมากใกล้จุดที่พบโครงกระดูกที่ 2 และ 3 จึงทำสัญลักษณ์ไว้ และเตรียมนำขึ้นมาตรวจสอบภายหลัง
"ทางผู้บังคับบัญชาได้ย้ำให้ทำงานอย่างเต็มที่เพื่อหาศพให้พบให้ได้ ส่วนที่เน้นค้นหาข้างก่อไผ่และริมน้ำ เพราะมีความเชื่อว่าหากเป็นหมอกระทำการฝังศพก็ต้องหาพื้นที่ริมน้ำ เนื่องจากจะทำให้เน่าเปื่อยเร็วและไม่มีกลิ่นด้วย นอกจากนี้ข้อมูลการสืบสวนพยานยังระบุว่าศพถูกฝังอยู่บริเวณใกล้กอไผ่ แต่ไม่รู้บริเวณใด จึงยึดเอาบริเวณที่อยู่ใกล้ศพที่พบไว้ก่อน" พ.ต.อ.พิชัย กล่าว
ทั้งนี้ จะยุติการขอหมายศาลเข้ามาค้นหาในไร่ของหมอสุพัฒน์ไว้ก่อน เพื่อทำการสืบสวนหาพยานหลักฐานเพิ่ม โดยคดีที่เกี่ยวข้องกับการใช้แรงงานต่างด้าวที่ไม่มีใบอนุญาต ได้มีการแจ้งความไว้แล้ว
แหล่งข่าว sanook.com



 "โค้ช" ในเดอะวอยซ์คือผู้ที่ส่งต่อและชะลอความฝันของผู้เข้าแข่งขัน ฉันไม่ชอบการปฎิเสธเลยสักนิด แต่เมื่อมันเป็นเกมส์ก็ต้องเล่นตามกฎกติกาจนกว่าจะชนะหรือแพ้นั่นแหละ คนดูทางบ้านอาจจะสนุกและตื่นเต้นกับการลุ้นคนเข้ารอบ-ตกรอบ     แต่โค้ชทั้ง 4 คนบนเก้าอี้สีแดงที่หมุนได้กลับรู้สึกมากกว่านั้นในฐานะ   “ ผู้เลือก ”    ที่ทำให้คนสมหวังและผิดหวังได้ในเวลาเดียวกัน มันคือเกมส์ที่เล่นโดยใช้สัญชาติญาณเพื่อการอยู่รอดโดยแท้ เหมือนเราเป็นคนตาบอดแล้วเดินตามเสียงที่จะพาเราไปเจอทางออก โดยไม่มีทางรู้ว่าต้นเสียงนั้นคืออะไร มีรูปร่างลักษณะเป็นอย่างไร และเรียกว่าอะไร ยิ่งไปกว่านั้นเราก็กำลังเล่นกับโชคชะตา ถ้าการที่เราเลือกเสียงที่ชอบคือการถูกชะตากับเสียงนั้น แล้วเหตุใดเสียงที่เพราะเหมือนกันอีกหลายๆ เสียงจึงไม่ถูกเลือก อันนี้ก็คงเทียบได้กับการเลือกคู่นั่นแหละ เหตุใดคนที่ดีๆ บางคนมีคู่ บางคนไร้คู่? โชคชะตามันคงเล่นตลกกระมัง!
 ในฐานะโค้ช … ฉันกับโค้ชอีก 3 คน ก้อง โจอี้ และแสตมป์ ต่างก็ไม่เคยรู้สึก “ ล้า ” กับการจดจ่อฟังเสียงคนมากมาย เพราะเรากำลังหาสิ่งที่ดีที่สุดเข้าทีม มันจึงต้องฟังอย่างตั้งใจในทุกรายละเอียดแม้แต่ลมหายใจระหว่างช่องเสียง ที่บางคนทำได้อย่างมีความหมาย ไม่ใช่เพียงแค่ฮุบลมหายใจเข้าปอดอย่างเดียว บางคนร้องด้วยเสียงเรียบๆ ไม่ได้แสดงพลังอะไรมากมาย แต่มันมีความรู้สึกบางอย่างซ่อนอยู่ในเส้นเสียงที่ทำให้รับรู้ได้ว่า คนๆ นี้มีอะไรมากกว่านั้น บางครั้งมันคืออารมณ์ที่สื่อออกมา บางทีมันก็คือเทคนิคที่ใส่ลงไป   แค่ “ อิ ” หรือ “ แอะ ”    เล็กๆ เพียงครั้งสองครั้งในเพลงที่มีความยาว 2 นาทีก็รู้แล้วว่า “ มีของ ” แต่ของนั้นจะถูกใจโค้ชคนไหนก็อีกเรื่อง “ ลางเนื้อชอบลางยา ” (ชอบกันไปคนละแบบ) จึงทำให้หลายครั้งที่เราไม่แย่งกัน ถ้าจะแย่งก็ต้องมีครบทุกอย่างที่ถูกใจโค้ชทั้ง 4 คนกันไปคนละอย่าง … “ เพราะแปลว่าเพราะ ” ฉันเชื่อว่ามาตรฐานความไพเราะของหูคนฟังบนโลกนี้มีมาตรฐานเดียวกัน (หมายรวมถึงความสนุกและความเศร้าด้วย) ไม่งั้นเพลงฮิตคงไม่ฮิตทั่วโลกดังนั้น “ การเลือกเพลง ” จึงมีส่วนเสียอยู่น้อยมาก สำหรับฉันการเลือกเพลงไม่สำคัญสักเท่าไหร่ คนจะร้องเพราะร้องอะไรก็เพราะ จะเก่งไม่เก่งก็อีกเรื่องขึ้นอยู่กับความถนัด ฉันเลือกจากการเข้าถึงเพลงว่าคนๆ นั้นจะพาฉันเข้าไปอยู่ในเพลงได้แค่ไหน? ทำให้ฉันเชื่อในสิ่งที่เขาร้องได้แค่ไหน? เช่นว่าเพลงเศร้าประมาณหนึ่งแต่ร้องแล้วคนฟังร้องไห้ได้ ในฐานะคนฟังเรียกว่า “ เชื่อ ” ในฐานะคนร้องเรียกว่า “ การเข้าถึงอารมณ์เพลง ” ของแบบนี้ขึ้นอยู่กับอารมณ์และการตีความในแต่ละคน ซึ่งมาจากพื้นฐานอารมณ์และอุปนิสัยโดยธรรมชาติที่สอนกันไม่ได้ ธรรมชาติใครก็ธรรมชาติมัน ในแง่ของสไตล์และเทคนิคเราสามารถสอนกันได้ แต่ถ้าอารมณ์ล่ะก็ตัวใครตัวมัน พอๆ กับเส้นเสียงที่ไม่สามารถใช้ศัลยกรรมหรือเทคนิคใดมาช่วยได้ เพราะมันเป็นโดยกำเนิด เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่เรียกว่า “ เสียงเฉพาะตัว ” 
     
              ถึงฉันจะถูกพะยี่ห้อว่า “ ชอบพ่นไฟ ” แผดเสียงสูงๆ ในเพลง ความจริงแล้วฉันชอบฟังเพลงสบายหู แล้วก็อยากร้องเพลงสบายหู ถ้ามันจะต้องแผดเสียงมันก็ต้อง “ ถูกที่ถูกทาง ” ตะบี้ตะบันตะโกนมันทั้งเพลงคงปวดหัวปวดหูกันเสียก่อน ที่สำคัญความไพเราะและความหมายจะถูกทำลายไปเพราะหลังพ่นไฟโง่ๆ นั้น (ตอนเป็นสาวก็แผดเสียงเป็นควายพ่นไฟอยู่ไม่น้อย กว่าจะรู้ว่าอะไรเป็นอะไรก็ผ่านมาหลายปีเหมือนกัน) ฉันว่ามันเป็นความเข้าใจผิดว่า “ พ่นไฟ ” แปลว่า เก่ง! เอ่อ … ถ้ามันไม่เข้ากับเพลงก็เอาแค่พ่นควันก็พอ! ฟังแล้วจะได้ชื่นใจสบายหู ขอสารภาพด้วยความอัดอั้นมานาน ณ บัดนาวว่า เวลาร้องเพลงโปรดิวเซอร์มักจะคาดหวังให้พ่นไฟ เวลาร้องในคอนเสิร์ตผู้จัดก็หวังเช่นนั้น เขาว่าคนอยากเห็นแบบนั้น อั่ม … เห็นใจกันบ้างเถอะค่ะคู้ณ แก่แล้ว โลดโผนโจนทะยานมาทั้งชีวิตแล้ว ตอนนี้อิฉันหาคำว่า “ พอดี ” และ “ พอเพียง ” เจอแล้ว แต่ไม่ค่อยมีใครเปิดโอกาสให้ปฎิบัติ! จะมีก็แค่ “ โก้ มิสเตอร์แซกแมน ” กับ “ เที้ยง ” (วิเชียร ตันติพิมลพันธ์) นักแต่งเพลงและโปรดิวเซอร์เพลงประกอบละคร ดอกส้มสีทอง, บ่วง และล่าสุด กี่เพ้า ที่ทำให้ฉันร้องเพลงด้วยความพอดี
     
              ดังนั้นการร้องเพลงคือการเคารพใน “ เพลง ” และ “ คนฟัง ” อย่างที่สุด การใช้เสียงสื่อความหมายในเพลงอย่างพอดีเป็นการแสดงความเคารพอย่างหนึ่ง ฉันหวังว่าความคิดนี้จะถูกถ่ายทอดไปสู่ลูกทีมของฉัน ฉันอยากให้คนฟังชื่นชมว่าลูกทีมของฉันร้องเพลง “ ดี ” มากกว่า “ เก่ง ” เพราะเมื่ออยู่ในแวดวงที่เต็มไปด้วยคำชื่นชมและสรรเสริญหากไม่มีจุดยืนและความคิดที่มั่นคงหนักแน่นแล้ว   วันหนึ่ง “ ความเก่ง ” อาจเลยเถิดไปเป็น “ ความอวดเก่ง ” ได้ ซึ่งนั่นคือหายนะ 
     
              การนั่งเก้าอี้สีแดงในเดอะวอยซ์ นอกจากเรื่องเครียดแล้วเรื่องสนุกก็มีอยู่ไม่น้อย จะว่าไปฉันก็แอบใช้ตาสังเกตปฎิกิริยาของคนดูในสตูดิโออยู่เหมือนกัน พอจะเริ่มอัดรายการจะมีเสียงนับ 5-4-3 ดนตรีเริ่มอีตอนก่อนนับ 5-4-3 เป็นช่วงที่ผู้เข้าแข่งขันขึ้นมายืนบนเวที ช่วงเวลาแค่ไม่กี่วินาทีนี้ ฉันกับก้องจะฟังเสียงรองเท้าว่าคัทชูหรือส้นสูง คนเดียวหรือ 2 คน แต่บางทีได้ยินเสียงส้นสูงหันไปก็อ้าว … !  ถ้าฟังให้ดีๆ จะได้ยินเสียงผีกระซิบของคนดู “ แ-ง เอาวิญญาณมารึเปล่าวะ ลอยมาเลย ” ขำก็ขำ นึกภาพตามก็ไม่ออกไม่รู้มันพูดถึงคนหรือผี บางทีเสียงกรี๊ดกร๊าดดังจนผู้กำกับรายการต้องเตือนถึงจะสงบ เดาได้ว่าไอ้นี่หล่อกระแทกจิ้นแหงๆ เพราะเสียงกรี๊ดดังๆ เป็นพวกลูกสาวมากกว่าหญิงสาว บางครั้งเสียงหัวเราะขำอะไรไม่รู้มากมายจนฉันสมาธิหลุด ต้องรวบรวมใหม่ในเวลาอันรวดเร็ว มีอยู่ครั้งหนึ่งที่เสียงกรี๊ดระหว่างร้องถล่มดังมาก โค้ชผู้ชายหันกันทั้ง 3 คน โค้ชตัวเมียตัวเดียวอย่างฉันยังไม่หัน แต่อัดอั้นเหลือเกินก็เลยกด ผลที่ตามมา … ติดตามชมแล้วกัน รับรองอันนี้ฮา ช่วงไหนที่เกิดขัดข้องทางเทคนิค ทางทีมจะรีบมาแก้ไขทันที พวกโค้ชทั้ง 4 จะเดินมาที่เก้าอี้ก้องแล้วสุมหัวกันเม้าท์ตัวเด็ดๆ ที่เพิ่งเลือกกันไปราวกับอัดอั้นตันใจมาแต่หนไหน โดยเฉพาะโจอี้ทั้งท่าทางและคำพูดกวนสุดๆ ออกรสออกชาติสุดๆ เวลาที่ผู้ชายเขาเม้าท์กัน … ลืม!  ยิ่งกว่าผู้หญิงซะอีก ก้องขี้หนาว หันมาบอกฉันว่า “ หนาวจังเลย นี่เราต้องเอามือซุกใต้ขานะ จะได้อุ่นๆ ”   แล้วทำท่าให้ดู  จะให้เขาเอามือมาซุกที่พุงฉันก็ใช่ที่ ฉันเลยตอบว่า “ อยากจะช่วยให้หายหนาว แต่เก้าอี้มันห่างไป แขนฉันก็ยิ่งสั้นอยู่ เอื้อมไม่ถึง! ”     เล่นเอาก้องส่ายหน้า! คงนึกในใจว่า … อีกระสือ!!
    .......................................
    (หมายเหตุ โค้ช (III) : เล่นหูเล่นตา โดย... เจนนิเฟอร์ คิ้ม )






รวบหรั่ง เปียกุล นักร้องร้านอาหารชื่อดังสัตหีบ ตกอับขายยาบ้า-ยาไอซ์ให้พลทหาร ให้การสั้นๆห้วนๆ “ขายยาบ้าใครจะทำไม” 
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 13.00 น. (30 ก.ย.) ชุดจับกุม ศปสพ.ฐานทัพเรือสัตหีบ นำโดย พลเรือโท ชัยณรงค์ เจริญรักษ์ ผบ.ฐท.สส. นปพส.นย.ควบคุมตัวนายสุรสีห์ หรือ หรั่ง เปียกุล อายุ 38 ปี หลังสืบทราบว่าเป็นเอเย่นต์จำหน่ายยาบ้าให้กับพลทหารในพื้นที่อำเภอสัตหีบ และสามารถจับกุมได้พร้อมของกลางยาบ้า 82 เม็ด ยาไอซ์ น้ำหนักรวม 0.64 กรัม พร้อมเงินล่อซื้อ 5,600 บาท นำตัวส่ง สภ.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 
โดยผู้ต้องหาให้การสั้นๆ ห้วนๆ ว่า “ขายยาบ้าใครจะทำไม” พร้อมสารภาพว่าได้สั่งยาบ้าและยาไอซ์มาจากชายไม่ทราบชื่อในเมืองพัทยา นำมาแบ่งขายให้กับพลทหารในพื้นที่สัตหีบ ราคาเม็ดละ 320 บาท ทั้งนี้ นายสุรสีห์ หรือ หรั่ง เปียกุล มีอาชีพเป็นนักร้องในร้านอาหารชื่อดังในพื้นที่สัตหีบ ก่อนจะหันมาเป็นผู้จำหน่ายยาบ้า เนื่องจากชีวิตนักร้องพอแก่ตัว ก็ไม่มีใครจ้างไปร้องเพลง
ขอบคุณ sanook.com