
วันที่ 2 ต.ค.55 เวลา 09.00 น. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า มีเหตุถนนยุบตัว เหตุเกิดที่บริเวณ ถ.งามวงวานศ์ ฝั่งขาออก ใต้สะพานข้ามแยกบางเขน ก่อนออกถนนวิภาวดี ประมาณ 20 เมตร ซึ่งอยู่ใกล้กับร้านอาหารใบไม้ร่าเริง และโรงพยาบาลวิภาวดี แขวงลาดยาวเขตจตุจักร กทม. เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบว่า บริเวณช่องการจราจรเลนซ้าย พบถนนทรุดตัวเป็นหลุมกว้างประมาณ 1 เมตร ลึกประมาณ 2 เมตร โดยภายในหลุมดังกล่าวมีลักษณะเป็นโพรง ซึ่งถนนที่เกิดเหตุนี้อยู่ในส่วนความรับผิดชอบของกรมทางหลวงฯ
ต่อมาเมื่อเวลา 09.30 น. นายประมณฑ์ สถาพรนานนท์ ผอ.สำนักทางหลวงที่ 11 กทม. ได้เดินทางมาตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ พร้อมกับนายอิศราเมศร์ คชานุกุลย์ ผอ.เขตจัตุจักร จากนั้นจึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ให้รีบเข้ามาเร่งดำเนินการซ่อมแซมอย่างเร่งด่วน
จากการสอบถาม ดต.นาดี เพชรดีทน ผบ.หมู่ป้องกันปราบปราม สน.พหลโยธิน กล่าวว่า จุดที่เกิดเหตุนั้น ในช่วง 3 วันที่ผ่านมา ขณะที่ตนเข้าเวรสายตรวจในช่วงเวรดึก ซึ่งขณะนั้นตนได้ขับรถผ่านมา และสังเกตเห็นว่ามีหลุมขนาดเท่าฝ่ามือ และในวันนี้ ระหว่างที่เดินทางมาเข้าเวร ก็ได้รับแจ้งว่า มีเหตุถนนทรุดตัวในจุดดังกล่าว จึงรีบเดินทางมาตรวจสอบ และนำกรวยยางมากั้นเอาไว้ เพื่อป้องกันรถที่วิ่งผ่านไปมาเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งต้องรีบดำเนินการอย่างรวดเร็ว เพราะจุดดังกล่าวเป็นพื้นที่รับผิดชอบของ สน.บางเขน แต่ด้วยความที่ตนอยู่ใกล้ที่สุด จึงรีบเดินทางมาช่วยอำนวยความสะดวกให้ก่อน และรอเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางเขน ให้มาดำเนินการต่อไป จากนั้นจึงรีบประสานงานให้เจ้าหน้าที่สำนักงานเขต ให้รีบมาดำเนินการต่อไป
"ในช่วงที่เกิดเหตุ ถือว่ามีการจราจรค่อนข้างที่จะคับคลั่ง และติดขัด จึงส่งผลให้เกิดปัญหาการจราจรตามมาเป็นระยะทางยาว ทำให้เจ้าหน้าที่จราจร ทั้งในพื้นที่ และใกล้เคียงต้องพยายามที่จะเร่งระบายรถให้ไวที่สุด " ดต.นาดี เพชรดีทน ผบ.หมู่ป้องกันปราบปราม สน.พหลโยธิน กล่าว
ด้าน นายประมณฑ์ กล่าวว่า จุดที่เกิดเหตุอยู่ใกล้กับแนววางท่อระบายน้ำของ กทม. ซึ่งเป็นไปได้ว่า ท่อระบายน้ำอาจเกิดการรั่วซึม และน้ำที่รั่วออกมานั้น จึงเป็นตัวเร่งให้ดินและทราย ซึ่งอยู่ใต้พื้นผิวถนน ไหลออกจนเกิดเป็นโพรงใต้ดิน ทั้งนี้ เมื่อรถวิ่งผ่านนานๆ เข้า ผิวถนนที่เป็นคอนกรีต ก็ไม่สามารถที่จะรับน้ำหนักได้ไหว จึงเกิดการทรุดตัวลง อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์นี้ถือว่ายังโชคดี ที่ไม่มีใครได้รับอันตราย หรือได้รับบาดเจ็บ
นายประมณฑ์ กล่าวอีกว่า สำหรับการซ่อมแซมในเบื้องต้น ได้นำเครื่องจักรและอุปกรณ์ มาทำการเปิดผิวถนน และขุดลอกดินที่เป็นโพรงออก เพื่อหาจุดที่มีการรั่ว และไหลของดินจากน้ำที่กัดเซาะ โดยการทำงานครั้งนี้ได้ประสานงานกับทาง กทม. รวมทั้ง รศ.ดร.สุทธิศักดิ์ ศรลัมพ์ อาจารย์วิศวะกรรมปฐพี ภาควิชากรมโยธา คณะวิศวะกรรม ม.เกษตรศาสตร์ ให้เข้ามาร่วมช่วยดูแล และตรวจสอบด้วย ซึ่งเมื่อพบจุดรั่วซึมแล้วก็จะใช้ดิน หิน และซีเมนต์ เข้ามาทำการอุดรอยรั่ว และบดอัดด้วยกากมิคซ์ ซึ่งเป็นยางมะตอยที่แข็งแล้ว ก่อนจะบดอัดด้วยแอสเฟ้าว์อีกครั้ง เพื่อที่จะเร่งให้สามารถเปิดการจราจร ได้ทันก่อนช่วงเวลา 16.00 น. ในช่วงเย็นวันนี้ที่ 2 ต.ค. เพื่อให้ทันเวลาโรงเรียนเลิก และรองรับการจราจรในช่วงเย็นที่หนาแน่น
ขณะที่ นายอิศราเมศร์ กล่าวว่า เบื้องต้นทางสำนักงานเขตจัตรุจักร ก็ได้ประสานสำนักโยธา กทม. มาร่วมทำงานกับ กรมทางหลวงฯ ซึ่งจุดดังกล่าวทางสำนักระบายน้ำ กทม. ได้มีการวางท่อระบายน้ำเป็นท่อลอดถนน หรือไซฟ่อน บริเวณจุดเกิดเหตุ ท่อขนาด 1.5 เมตร และทำการฝังในความลึก 3 เมตร และมาทำการเชื่อมจุดดังกล่าวซึ่งมีความกว้างประมาณ 5 เมตร จึงเป็นไปได้ว่า ท่อระบายน้ำอาจเกิดการรั่วซึม ทำให้น้ำกัดเซาะชั้นดินด้านล่าง และไหลไปตามท่อระบายน้ำ ทำให้จุดดังกล่าวเป็นโพรงและเกิดอุบัติเหตุดังกล่าวขึ้น อีกทั้งการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้ ก็อาจจะเป็นผลพวงมาจากภาวะฝนตกหนักในช่วงหลายวันที่ผ่านมา จนทำให้เป็นตัวเร่งกับน้ำที่รั่วซึมอยู่ด้านล่าง จนทำให้ชั้นดินเกิดยุบตัวลง
ที่กองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) แจ้งผู้ใช้ถนนหลีกเลี่ยงเส้นทางถนนงามวงศ์วาน บริเวณแยกเกษตรมุ่งหน้าแยกบางเขนหน้าโรงพยาบาลวิภาวดี เจ้าหน้าที่ได้ปิดการจราจร 2 ช่องทางขาออก เนื่องจากเกิดอุบัติเหตุถนนทรุดตัวในช่องทางซ้ายที่จะเลี้ยวเข้าถนนวิภาวดีรังสิตเป็นวงกว้างประมาณ 1 เมตรยาว 1.50 เมตรลึก 2 – 3 เมตรโดยเจ้าหน้าที่ได้กันพื้นที่เป็นเขตอันตรายแล้ว
สำหรับสาเหตุนั้นสันนิษฐานว่า เกิดจากท่อระบายน้ำใต้ดินรั่วทำให้ดินเกิดการทรุดตัว ล่าสุดเจ้าหน้าที่จากกรมทางหลวง กทม.และสำนักงานเขตบางเขน และตำรวจ สน.บางเขน กำลังเร่งแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างเร่งด่วนพร้อมทั้งนำเครื่องจักรเข้าพื้นที่ซ่อมแซมเป็นการด่วนแล้วหากไม่จำเป็นต้องใช้เส้นทางดังกล่าวให้หลีกเลี่ยงไปใช้ทางอื่นแทนจะสะดวกกว่า
ขณะเดียวกันกองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) ยังแจ้งผู้ใช้รถใช้ถนนหลีกเลี่ยงเส้นทางจราจรถนนอู่ทองใน ลานพระบรมรูปทรงม้า ถนนพิษณุโลกและราชดำเนินมีกลุ่มผู้ชุมนุมเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ปักหลักบริเวณลานพระบรมรูปทรงม้าประมาณ 200 คน รถปิกอัพบรรทุกไข่ 2 คัน รถบรรทุกเครื่องกระจายเสียง 1 คัน เรียกร้องราคาไข่ไก่ตกต่ำ และกำลังจะเคลื่อนขบวนไปยังทำเนียบรัฐบาลและนำไข่ไก่จำนวนหนึ่งไปปาทิ้งหน้าทำเนียบรัฐบาลและวางไว้ประตู 5 หน้าทำเนียบฯ จำนวน 20 ถาด 600 ฟอง
แหล่งข่าว คมชัดลึก

กรมอุตุฯ ประกาศพายุเกมี เข้าไทย 6 - 7 ตุลาคมนี้ ทำฝนตกหนักทุกภาค คาดว่าปริมาณน้ำฝนเกิน 90.1 มิลลิเมตร เตือนประชาชนระมัดระวัง งดนำเรือเล็กออกจากฝั่ง
วันนี้ (2 ตุลาคม) เมื่อเวลา 04.00 น. กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศว่า พายุโซนร้อน "เกมี" (GAEMI) จะทวีกำลังแรงขึ้นจากบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง โดยมีศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 700 กิโลเมตร ทางตะวันออกของเมืองดานัง ประเทศเวียดนาม หรือที่ ละติจูด 17.0 องศาเหนือ และ ลองจิจูด 114.8 องศาตะวันออก มีความเร็วสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 65 กิโลเมตร/ชั่วโมง พายุนี้เกือบจะไม่เคลื่อนที่ และในช่วงวันที่ 2 - 3 ตุลาคม 2555 ยังไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อประเทศไทย
ทั้งนี้ ในช่วงวันที่ 4 - 5 ตุลาคม คาดว่า พายุดังกล่าวจะเคลื่อนขึ้นฝั่งตอนกลางของประเทศเวียดนาม และในช่วงวันที่ 6 - 7 ตุลาคม จะเคลื่อนผ่านประเทศลาวตอนล่าง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ของประเทศไทยตามลำดับ ประกอบกับลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น ซึ่งลักษณะดังกล่าวจะทำให้ประเทศไทยมีฝนตกหนาแน่น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง
อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนที่อยู่บริเวณภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน ระมัดระวังอันตรายจากสภาวะอากาศดังกล่าว สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตอนบน และทะเลอันดามันจะมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูง 2 - 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเพิ่มความระมัดระวังอันตรายในการเดินเรือ และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง
พร้อมกันนี้ กรมอุตุนิยมวิทยา ยังระบุอีกว่า ในช่วงวันที่ 2-3 ตุลาคมนี้ ร่องมรสุมที่พาดผ่านบริเวณภาคกลางตอนล่าง ภาคใต้ตอนบน และภาคตะวันออกมีกำลังอ่อนลง ส่วนมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนเป็นแห่ง ๆ ถึงกระจาย
ขณะที่ นายสมชาย ใบม่วง รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา เปิดเผยว่า พายุเกมีนั้น ถือว่ามีทั้งผลดีและผลเสีย ผลดีคือ น้ำจะเข้าไปเติมปริมาณน้ำในเขื่อนลำปาว เขื่อนลำพระเพลิง และเขื่อนอุบลรัตน์ทางภาคอีสาน ส่วนภาคเหนือตอนล่างจะเติมที่เขื่อนสิริกิติ์และเขื่อนภูมิพล ที่มีปริมาณน้ำในเขื่อนเพียง 50 - 60% ส่วนผลเสียคือพื้นที่ใต้เขื่อนจะได้รับผลกระทบเพราะปริมาณน้ำฝนมีมาก ซึ่งคาดว่าจะเกิน 90.1 มิลลิเมตร
นอกจากนี้ นายสมชาย ยังกล่าวอีกว่า ส่วนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ยังไม่น่าเป็นห่วงมากนัก แต่ทั้งนี้ฝากไปยัง กทม. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการบริหารจัดการน้ำ ให้วางแผนจัดการน้ำเหนือที่ไหลลงสู่ภาคกลางและลงสู่ทะเลต้องไม่ให้ตรงกับช่วงที่ทะเลหนุนสูงด้วย เนื่องจากคาดว่า ในวันที่ 7 ตุลาคม พายุลูกนี้จะเคลื่อนตัวออกจากประเทศไทย รวมถึงหลังจากนี้ ก็อาจจะมีพายุลูกอื่นเข้ามาอีกจนกว่าจะสิ้นเดือนตุลาคม
พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06.00 น. วันนี้ ถึง 06.00 น. วันพรุ่งนี้
ภาคเหนือ
มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ตาก สุโขทัย กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์
อุณหภูมิต่ำสุด 23 - 24 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 32 - 33 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออก ความเร็ว 10 - 30 กิโลเมตร/ชั่วโมง
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
มีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่ง ๆ ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี
อุณหภูมิต่ำสุด 22 - 24 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 32 - 33 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออก ความเร็ว 10 - 30 กิโลเมตร/ชั่วโมง
ภาคกลาง
มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี กาญจนบุรี และราชบุรี
อุณหภูมิต่ำสุด 24 - 25 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 33 - 34 องศาเซลเซียส
ลมแปรปรวน ความเร็ว 10 - 30 กิโลเมตร/ชั่วโมง
ภาคตะวันออก
มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดสระแก้ว ระยอง จันทบุรี และตราด
อุณหภูมิต่ำสุด 24 - 25 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 31 - 34 องศาเซลเซียส
ลมแปรปรวน ความเร็ว 15 - 35 กิโลเมตร/ชั่วโมง
ทะเลมีคลื่นสูง 1 - 2 เมตร ส่วนบริเวณฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)
มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช
อุณหภูมิต่ำสุด 23 - 24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15 - 35 กิโลเมตร/ชั่วโมง
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1 - 2 เมตร
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)
มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง พังงา และภูเก็ต
อุณหภูมิต่ำสุด 23 - 24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31 - 33 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15 - 35 กิโลเมตร/ชั่วโมง
ทะเลมีคลื่นสูง 1 - 2 เมตร ส่วนบริเวณฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
กรุงเทพมหานครและปริมณฑล
มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 60 ของพื้นที่
อุณหภูมิต่ำสุด 24 - 25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33 - 34 องศาเซลเซียส
ลมแปรปรวน ความเร็ว 15 - 30 กิโลเมตร/ชั่วโมง
เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก
กรมอุตุนิยมวิทยา
วันนี้ (2 ตุลาคม) เมื่อเวลา 04.00 น. กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศว่า พายุโซนร้อน "เกมี" (GAEMI) จะทวีกำลังแรงขึ้นจากบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง โดยมีศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 700 กิโลเมตร ทางตะวันออกของเมืองดานัง ประเทศเวียดนาม หรือที่ ละติจูด 17.0 องศาเหนือ และ ลองจิจูด 114.8 องศาตะวันออก มีความเร็วสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 65 กิโลเมตร/ชั่วโมง พายุนี้เกือบจะไม่เคลื่อนที่ และในช่วงวันที่ 2 - 3 ตุลาคม 2555 ยังไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อประเทศไทย
ทั้งนี้ ในช่วงวันที่ 4 - 5 ตุลาคม คาดว่า พายุดังกล่าวจะเคลื่อนขึ้นฝั่งตอนกลางของประเทศเวียดนาม และในช่วงวันที่ 6 - 7 ตุลาคม จะเคลื่อนผ่านประเทศลาวตอนล่าง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ของประเทศไทยตามลำดับ ประกอบกับลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น ซึ่งลักษณะดังกล่าวจะทำให้ประเทศไทยมีฝนตกหนาแน่น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง
อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนที่อยู่บริเวณภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน ระมัดระวังอันตรายจากสภาวะอากาศดังกล่าว สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตอนบน และทะเลอันดามันจะมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูง 2 - 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเพิ่มความระมัดระวังอันตรายในการเดินเรือ และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง
พร้อมกันนี้ กรมอุตุนิยมวิทยา ยังระบุอีกว่า ในช่วงวันที่ 2-3 ตุลาคมนี้ ร่องมรสุมที่พาดผ่านบริเวณภาคกลางตอนล่าง ภาคใต้ตอนบน และภาคตะวันออกมีกำลังอ่อนลง ส่วนมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนเป็นแห่ง ๆ ถึงกระจาย
ขณะที่ นายสมชาย ใบม่วง รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา เปิดเผยว่า พายุเกมีนั้น ถือว่ามีทั้งผลดีและผลเสีย ผลดีคือ น้ำจะเข้าไปเติมปริมาณน้ำในเขื่อนลำปาว เขื่อนลำพระเพลิง และเขื่อนอุบลรัตน์ทางภาคอีสาน ส่วนภาคเหนือตอนล่างจะเติมที่เขื่อนสิริกิติ์และเขื่อนภูมิพล ที่มีปริมาณน้ำในเขื่อนเพียง 50 - 60% ส่วนผลเสียคือพื้นที่ใต้เขื่อนจะได้รับผลกระทบเพราะปริมาณน้ำฝนมีมาก ซึ่งคาดว่าจะเกิน 90.1 มิลลิเมตร
นอกจากนี้ นายสมชาย ยังกล่าวอีกว่า ส่วนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ยังไม่น่าเป็นห่วงมากนัก แต่ทั้งนี้ฝากไปยัง กทม. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการบริหารจัดการน้ำ ให้วางแผนจัดการน้ำเหนือที่ไหลลงสู่ภาคกลางและลงสู่ทะเลต้องไม่ให้ตรงกับช่วงที่ทะเลหนุนสูงด้วย เนื่องจากคาดว่า ในวันที่ 7 ตุลาคม พายุลูกนี้จะเคลื่อนตัวออกจากประเทศไทย รวมถึงหลังจากนี้ ก็อาจจะมีพายุลูกอื่นเข้ามาอีกจนกว่าจะสิ้นเดือนตุลาคม
มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ตาก สุโขทัย กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์
อุณหภูมิต่ำสุด 23 - 24 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 32 - 33 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออก ความเร็ว 10 - 30 กิโลเมตร/ชั่วโมง
มีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่ง ๆ ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี
อุณหภูมิต่ำสุด 22 - 24 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 32 - 33 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออก ความเร็ว 10 - 30 กิโลเมตร/ชั่วโมง
มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี กาญจนบุรี และราชบุรี
อุณหภูมิต่ำสุด 24 - 25 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 33 - 34 องศาเซลเซียส
ลมแปรปรวน ความเร็ว 10 - 30 กิโลเมตร/ชั่วโมง
มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดสระแก้ว ระยอง จันทบุรี และตราด
อุณหภูมิต่ำสุด 24 - 25 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 31 - 34 องศาเซลเซียส
ลมแปรปรวน ความเร็ว 15 - 35 กิโลเมตร/ชั่วโมง
ทะเลมีคลื่นสูง 1 - 2 เมตร ส่วนบริเวณฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช
อุณหภูมิต่ำสุด 23 - 24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15 - 35 กิโลเมตร/ชั่วโมง
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1 - 2 เมตร
มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง พังงา และภูเก็ต
อุณหภูมิต่ำสุด 23 - 24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31 - 33 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15 - 35 กิโลเมตร/ชั่วโมง
ทะเลมีคลื่นสูง 1 - 2 เมตร ส่วนบริเวณฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 60 ของพื้นที่
อุณหภูมิต่ำสุด 24 - 25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33 - 34 องศาเซลเซียส
ลมแปรปรวน ความเร็ว 15 - 30 กิโลเมตร/ชั่วโมง
เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก
น้องกระแต พริตตี้สาว วัย 33 ปี เหยื่อหมอเถื่อนฉีดฟิลเลอร์เข้าสะโพก ช็อกหมดสติจนเป็นเจ้าหญิงนิทราเสียชีวิตแล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (2 ต.ค.) น้องกระแต น.ส.อาทิตยา เอี่ยมใหญ่ พริตตี้สาววัย 33 ปี เกิดอาการช็อกหมดสติ สมองขาดออกซิเจนกลายเป็นเจ้าหญิงนิทรา หลังเข้ารับการศัลยกรรมฉีดฟิลเลอร์เข้าสะโพกกับหมอเถื่อน นายธวัช ณัชวีระกุล อายุ 24 ปี อดีตผู้ช่วยศัลยแพทย์ที่รู้จักกันดีในแวดวงศัลยกรรมว่า"หมอป๊อบ" ที่คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง ย่านลาดพร้าว ก่อนเข้ารับการรักษาตัวที่ ร.พ.กล้วยน้ำไท 1 โดยน้องกระแตเสียชีวิตแล้ว เมื่อช่วงเช้าวันนี้ เวลาประมาณ 10.40 น. แพทย์ระบุสมองขาดออกซิเจนเป็นเวลานาน เตรียมแถลงข่าว ด้านเจ้าหน้าที่เตรียมแจ้งข้อหานายธวัชชัยเพิ่ม
โดยก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 23 ก.ย. นายธวัช ได้เดินทางเข้าเยี่ยมน้องกระแตและครอบครัวถึงโรงพยาบาล
แหล่งข่าว sanook.com





.jpg)

