แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวการเมือง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวการเมือง แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2555


                         1 ต.ค.55 ร.ต.ต.กมลศิลป์ สิงหสุริยะ ประธานสมาพันธ์หมู่บ้านเสื้อแดงแห่งประเทศไทย ทำการเปิดตัวกองทุนชุมชนหมากแข้ง ซึ่งเป็นกองทุนเงินกู้แห่งแรกของจังหวัดอุดรธานี ที่ดำเนินการโดยสมาพันธ์หมู่บ้านเสื้อแดงแห่งประเทศไทย โดยมีนายอานนท์ แสน่าน ผู้ริเริ่มก่อตั้งหมู่บ้านเสื้อแดงฯ , นายสำราญ สายชนะ ผช.ผู้จัดการสวนจตุจักร และในฐานะของผู้ประสานงานในการจัดตั้งกองทุนเงินกู้ชุมชนหมากแข้ง และนางรัตนนาวรรณ สุขศาลา ประธานกองทุนชุมชนหมากแข้ง
นายสำราญ กล่าวถึงจุดประสงค์ในการจัดตั้งกองทุนเงินกู้ชุมชนหมากแข้งว่า เพื่อเป็นแหล่งเงินกู้ให้กับพ่อค้าแม่ค้าในตลาดบ้านห้วย ที่ทำกิจการค้าและมีความจำเป็นที่จะต้องไปขอกู้เงินนอกระบบมาทำเป็นเงินทุน และจะเป็นก้าวแรกของการจัดตั้งแหล่งเงินกู้ โดยขอตั้งเป็นกองทุนในการดำเนินการนำร่องไปก่อน และในอนาคตนั้นจะขออนุญาตจัดตั้งเป็นสหกรณ์ เพื่อให้บริการแบบครบวงจร
                         นางรัตนนาวรรณ ประธานกองทุนฯ กล่าวว่า ในขณะนี้กองทุนมีสมาชิกกองทุนฯแล้ว จำนวน 198 คน และกองทุนมีคณะกรรมการดำเนินการจำนวน 20 คน ซึ่งกฎระเบียบของกองทุนฯ ได้นำเอาแบบอย่างมาจากกฎระเบียบของสหกรณ์และกองทุนหมู่บ้านมาประยุกต์เข้าด้วยกันในการดำเนินการ
                         "ประเด็นสำคัญก็คือผู้ที่มีสิทธิ์ขอกู้เงินได้นั้นจะต้องเป็นสมาชิกฯ และจะต้องมีการรวมกลุ่มกันให้ได้ กลุ่มละ 5 คน เพื่อขอยื่นเอกสารการกู้ โดยสมาชิกของกลุ่มจะทำหน้าที่ค้ำประกันไขว้กันสมาชิกสามารถกู้ครั้งแรกได้จำนวน 10,000 บาท ดอกเบี้ยร้อยละ 3 บาท/เดือน การชำระเงินกู้คืน ก็ส่งเดือนละ 1000 บาท เป็นเวลา 11 เดือน และเมื่อส่งเงินกู้ไปได้ 6 เดือน โดยไม่ขาดส่ง สมาชิกก็สามารถยื่นความจำนงขอกู้ได้อีก และทางกองทุนจะทำการพิจารณาหากเป็นสมาชิกชั้นดี ก็จะพิจารณาเพิ่มจำนวนเงินกู้เพิ่มตามระเบียบ แต่อย่างไรก็ตามจะต้องชำระเงินกู้เก่าให้หมดก่อนถึงจะได้รับเงินกู้ใหม่ ทั้งนี้หากผู้กู้รายใดไม่ส่งชำระเงินกู้ ผู้คำประกันของกลุ่มจะต้องร่วมกันรับผิดชอบ นอกจากนี้แล้วสมาชิกกองทุนยังสามารถซื้อหุ้นได้ในราคาหุ้นละ 10 บาท ต่ำสุดอย่างน้อย 10 หุ้น สูงสุดไม่จำกัดจำนวนหุ้น และสิ้นปีก็จะเงินปันผล"
                         ด้านนายอานนท์ แสนน่าน ผู้ริเริ่มก่อตั้งหมู่บ้านเสื้อแดง เปิดเผยว่า "สำหรับกองทุนชุมชนหมากแข้ง ได้รับการสนับสนุนเงินกองทุนเริ่มต้นจากสหกรณ์ผู้ค้าจตุจักร จำนวน 5 แสนบาท ในอัตราดอกเบี้ยต่ำเป็นกรณีพิเศษ นอกจากกองทุนชุมชนหมากแข้งแล้วนั้น ในขณะนี้ทางสมาพันธ์หมู่บ้านเสื้อแดงฯ กำลังดำเนินการจัดตั้งสหกรณ์ร้านค้า ขึ้นที่ อ.โนนสะอาด 2 แห่ง ได้แก่ที่บ้านทมป่าข่าและบ้านโนนทิง และที่อ.น้ำโสม ที่บ้านนางัว 1 แห่ง ส่วนในภาคอีสานตอนบนได้จัดตั้งสหกรณ์ร้านค้าไปแล้ว 11 แห่ง คือที่ จ.สกลนคร 4 แห่ง จ.บึงกาฬ 4 แห่ง และที่ จ.อุดรธานี 3 แห่ง และในภาคเหนือมีที่ จ.แพร่ 3 แห่ง จ.เชียงราย 4 แห่ง จ.น่าน 5 แห่ง จ.สุโขทัย 1 แห่ง จ.เชียงใหม่ 4 แห่ง และจ.พิษณุโลก 2 แห่ง และในอนาคตจะทำการขออนุญาตจัดตั้งตามพื้นที่ต่างๆเพิ่มขึ้นอีก เพื่อให้พี่น้องประชาชน สามารถหาซื้อสินค้าราคาเป็นธรรมได้อย่างทั่วถึง" นายอานนท์ กล่าว

แหล่งข่าว คมชัดลึก



เมื่อวันที่ 1 ต.ค.  แหล่งข่าวจากกระทรวงกลาโหม ซึ่งที่เป็นหนึ่งในคณะกรรมการตรวจสอบตรวจสอบข้อเท็จจริง  เปิดเผยความคืบหน้ากรณีที่กระทรวงกลาโหมได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีผู้ตรวจราชการแผ่นดินทวงถามถึงการตรวจสอบนายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ  หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และผู้นำฝ่ายค้าน ว่าไม่ได้เป็นเกณฑ์ทหาร และใช้เอกสารเท็จสมัครเข้ารับราชการเป็นอาจารย์ในโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ว่าหลังจากพล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม ได้สั่งการให้กรมพระธรรมนูญ ส่งเรื่องดังกล่าวให้คณะกรรมการกฤษฎีกาตีความ เพื่อดำเนินคดีทางกฤษฏีกาได้ส่งผลกับมาให้ทางกระทรวงกลาโหม
โดยระบุว่าเรื่องนี้เป็นอำนาจของรมว.กลาโหม ในการดำเนินการ ทางรมว. กลาโหมจึงได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นดำเนินการตรวจสอบรายละเอียด โดยมอบหมายให้เจ้ากรมพระธรรมนูญไปดำเนินการเรื่องนี้
 
“ทางกระทรวงกลาโหมยืนยัน ว่าไม่ได้กลั่นแกล้งนายอภิสิทธิ์ และจะต้องใช้ระยะเวลาในการพิจารณาอีกนาน เพราะจะต้องพิจารณาเรื่องของกฎหมายให้ชัดเจน หากไม่ชัดเจนเกรงว่าจะเกิดปัญหากลับมาอีก พร้อมทั้งยืนยันว่าไม่ได้ตามใบสั่งของพรรคเพื่อไทย แต่ทำตามหน้าที่หลังจากสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน แจ้งมาให้ทางกลาโหมดำเนินการหลังมีคนไปร้องเรียนเอาผิดนายอภิสิทธิ์” แหล่งข่าวจากกระทรวงกลาโหม กล่าว
 
ทางด้านพล.อ.อ.สุกำพล ให้สัมภาษณ์ว่า ยังไม่เห็นเรื่องดังกล่าว แต่จะเดินหน้าเรื่องนี้ให้สุดทาง เพราะไม่ทำไม่ได้ แต่วิธีการขอดูอีกครั้งหนึ่งว่าจะต้องทำอย่างไรต่อไป สำหรับคณะกรรมการที่ตรวจสอบนั้น ต้องดูอีกทีว่ามีรายละเอียดเพิ่มเติมอย่างไร ตนไม่อยากรีบตอบอะไรในตอนนี้ เพราะการดำเนินการในขั้นตอนต่างๆ ต้องมีการพิจารณาเพิ่มอีก 
แหล่งข่าว เดลินิวส์


วันอาทิตย์ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2555


ฮือฮา!! ปล่อยซีดีร้อนอ้าง “แม่โอบามา“ เป็นหญิงโสเภณี
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 30 ก.ย. ว่า การเมืองสหรัฐมีอันต้องช็อกตะลึงครั้งใหญ่ หลังจากผู้ใช้สิทธิชาวอเมริกันจำนวนหลายล้านคนในรัฐ ที่มีกลุ่มผู้ใช้สิทธิที่คาดเดาได้ยาก หรือ"สวิงโหวต" ได้รับดีวีดีแนวเอกสารสารคดี อ้างว่ามารดาของประธานาธิบดี บารัค โอบามา แท้จริงเป็นผู้หญิงโสเภณี ขณะที่พรรคเดโมแครต แสดงปฎิกิริยาสุดโกรธแค้นกับการกระทำนี้
รายงานว่า ดีวีดีดังกล่าวมีชื่อว่า "ฝันจากพ่อที่แท้จริง" ผลิตโดยนายโจเอล กิลเบิร์ต นักวิจารณ์ขวาจัดผู้ต่อต้านนายโอบามามาตลอด อ้างว่าผู้นำสหรัฐมีมารดาชื่อแอน ดันแฮม ซึ่งเป็นหญิงโสเภณี และมีบิดา เป็นชาวผิวดำชื่อแฟรงค์ มาร์เชลล์ เดวิส นักเคลื่อนไหวแห่งพรรคคอมมิวนิสต์ และพวกฝ่ายซ้าย ซึ่งทั้งสองได้แต่งงานกัน และพยายามปิดปังอดีตของโอบามา
โดยดีวีดีดังกล่าวจำนวนกว่า 2 แสนแผ่น ถูกแจกจ่ายไปให้แก่ผู้ใช้สิทธิในรัฐเนวาด้า และนิวแฮมป์เชียร์ ขณะที่นักวิเคราะห์มองว่า การอ้างอันเหลือเชื่อเช่นนี้อาจกลายเป็นจุดพลิกผันต่อการสร้างทฤษฎีตั้งคำถามต่ออดีตของผู้นำสหรัฐอีกรอบ และอาจมีผลต่อผู้ใช้สิทธิในรัฐโอไฮโอ ซึ่งเป็นรัฐสวิงโหวตที่นายมิตต์ รอมนีย์ ผู้ท้าชิงแห่งพรรคเดโมแครต กำลังมีคะแนนตามหลัง และบางรายเชื่อว่า มันถูกผลิตโดยมีกลุ่มทรีปาร์ตี้ ของพรรครีพับลิกันอยู่เบื้องหลัง
อย่างไรก็ตาม ดีวีดีดังกล่าวถูกมองว่าเป็นการเล่นการเมืองที่แสนจะสกปรก โดยแม้แต่นายบิล อาร์มิสเต็ด หัวหน้าพรรครีพับลิกัน ยังกล่าวว่าซีดีเป็นเรื่องกุขึ้นอย่างแน่อน และชาวอเมริกันสามารถตัดสินใจได้ ขณะที่สมาชิกพรรคเดโมแครตโจมตีว่า ดีวีดีนี้เป็นสิ่งต่ำช้าที่สุดที่ฝ่ายตรงข้ามจะกล่าวหาโอบามาได้ เพราะไม่มีหลักฐานใด ๆ และว่า ซีดีนี้ถูกสร้างขึ้นเพราะจุดประสงค์สองอย่าง คือเหยียดผิว และทำเพื่อเงิน

คลิกชมภาพต่อไป

คลิกชมภาพต่อไป

คลิกชมภาพต่อไป
คลิกชมภาพต่อไป

วันเสาร์ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2555


เผย!! ปชป. โชว์ภาพ-คลิป ชายชุดดำ เฝ้าบีทีเอสสยาม

หวังเตือนความจำหมอเหวง ยันชายชุดดำมีจริง จี้เหลิม-ธาริต เร่งดำเนินการ
จากกรณีที่ นพ.เหวง โตจิราการ,นางธิดา ถาวรเศรษฐ์ และแกนนำเสื้อแดงคนอื่นๆ ออกมาประสานเสียงปฏิเสธการมีอยู่จริงของชายชุดดำ ระหว่างการชุมนุมทางการเมืองของคนเสื้อแดงเมื่อปี 2553 ตามที่รายงานคอป.ที่ได้ระบุออกไปนั้น
วันนี้ (29 ก.ย.) ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรค ก็ได้มีการแถลงข่าวพร้อมนำภาพกลุ่มบุคคลใส่ชุดทหารพรานพร้อมอาวุธสงคราม ที่เชื่อว่าเป็นชายชุดดำออกมาเปิดเผย
โดยระบุว่า ภาพที่นำมาเป็นภาพจากสำนักข่าวซีเอ็นเอ็น หากแกนนำเสื้อแดงจะปฏิเสธว่า ไม่มีชายชุดดำอยู่จริง ก็ขอแจ้งว่าชายคนดังกล่าวคือ นายศรชัย ศรีดี เป็นอาสาสมัครทหารพรานค่ายปักธงชัย และเป็นการ์ดของคนเสื้อแดงที่มักปรากฎตัวตามเวทีปราศรัยของคนเสื้อแดง
และภายหลังที่ชายคนดังกล่าวถูกจับเมื่อ 7 มี.ค.2553 ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ก็มี นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช. เข้าให้การช่วยเหลือประกันตัวด้วย
ดังนั้นหาก นางธิดา และ นพ.เหวง ยังไม่แน่ใจ ตนจะส่งภาพเหล่านี้ไปให้ จะได้ไม่ต้องนั่งเถียงกันออกรายการ ว่าชายชุดดำไม่มีจริง เพราะทุกอย่างมันชัดเจน  แล้วอย่าบอกว่าจำไม่ได้ เพราะเป็นเหตุผลสำคัญที่ยืนยันได้ว่า สิ่งที่มีอยู่แน่ ๆ ตามคลิปและภาพคือกองกำลังติดอาวุธที่ใช้อาวุธสงครามมาเข่นฆ่าทหารและทำร้ายประชาชน
ขณะเดียวกันก็อยากถามไปยัง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง และนายธาริต เพ็งดิษฐ์ ด้วยว่า ไม่รู้หรือแกล้งปกปิด ซึ่งหากไม่ทราบจริงตนก็จะส่งภาพไปให้แล้วรีบไปตรวจสอบ จะได้ใช้เวลาราชการให้เป็นประโยชน์ ดีกว่าเอาเวลาไปตามล้างตามเช็ดเอาผิดนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ในข้อหาที่ไม่ได้เป็นความจริง


แหล่งข่าว Mthai.com
"คนกรุงชี้" เหลือ-แดง ปะทะ ห้ามยาก


29 ก.ย.55 สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนที่พักอาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล กรณี การปะทะกันของคนเสื้อเหลือง-เสื้อแดง หน้ากองปราบ จำนวน 1,094 คน ระหว่างวันที่  26-28 กันยายน 2555 เพื่อให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมทางสังคมและแสวงหาฐานข้อมูล ด้านความคิดเห็นของประชาชน สรุปผลดังนี้ 
  1.ความคิดเห็นของประชาชน กรณีเหตุการณ์การปะทะกันของคนเสื้อเหลือง-เสื้อแดง หน้ากองปราบ
                 อันดับ 1 เป็นเรื่องของคน 2 กลุ่ม ที่มีแนวคิดมุมมองที่แตกต่างกัน ยากที่จะห้ามไม่ให้มีการกระทบกระทั่งกันได้ 42.04%
                 อันดับ 2 มีแต่ผลเสียตามมา ภาพลักษณ์ประเทศดูแย่ลง ทรัพย์สินราชการเสียหาย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 29.21%
                 อันดับ 3 ทางกองปราบฯ น่าจะรับมือกับผู้ชุมนุมได้ดีกว่านี้  ไม่ควรปล่อยให้เหตุการณ์บานปลาย 18.87%
                 อันดับ 4 การปะทะกันครั้งนี้อาจมีผู้ไม่หวังดีเข้ามาปลุกปั่นยั่วยุหวังให้กลุ่มผู้ชุมนุมเกิดความโกรธแค้น 9.88%
                 2.จากเหตุการณ์การปะทะกันของคนเสื้อเหลือง-เสื้อแดง สะท้อนให้เห็นถึงภาพการเมืองไทย ณ วันนี้ เป็นอย่างไร? 
                 อันดับ 1 การเมืองไทยยังขาดเสถียรภาพ ความขัดแย้งทางการเมืองเป็นต้นเหตุสำคัญให้ประชาชนทะเลาะกัน 53.12%
                 อันดับ 2 ตราบใดที่การเมืองไทยยังไม่สามารถปรองดองกันได้ ก็ไม่สามารถเดินหน้าบริหารบ้านเมืองในด้านอื่นๆให้พัฒนาได้ 19.23%
                  อันดับ 3 ภาพลักษณ์ของการเมืองไทยดูแย่ลง /ต่างชาติขาดความเชื่อมั่น /นักลงทุนไม่ไว้วางใจ 17.56%
อันดับ 4 ประเทศไทยยังไม่มีความเป็นประชาธิปไตยมากพอ คนไทยไม่เคารพและไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย 10.09%
                  3. ประชาชนคิดว่าแนวทางแก้ไขปัญหานี้เพื่อไม่ให้เกิดการบานปลาย ควรทำอย่างไร?
                 อันดับ 1 ต้องมีสติ อดทนอดกลั้นต่อการยั่วยุ ถอยคนละก้าว ไม่ใช้กำลังในการตัดสินปัญหา 40.05%
                 อันดับ 2 เจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องเข้มงวด มีการเตรียมการหรือวางแผนเพื่อป้องกันดูแลความปลอดภัยให้กับผู้ชุมนุม 24.49%
                 อันดับ 3 ผู้ที่เป็นแกนนำแต่ละฝ่ายควรดูแล ควบคุมกลุ่มผู้ชุมนุมฝ่ายตนให้อยู่ในความเป็นระเบียบเรียบร้อย 19.39%
                 อันดับ 4 อย่าหลงเชื่อหรือตกเป็นเครื่องมือของผู้ไม่หวังดี /หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากัน ไม่อยู่ในที่สุ่มเสี่ยงต่อการปะทะกัน16.07%อัญมินทร์ เรียบเรียง

แหล่งข่าว คมชัดลึก


ผู้ว่าฯ กรุงเทพ บอกเป็นเหตุสุดวิสัย  ถุงทราย-หิน-ขยะ อุดท่อระบายน้ำ

ยันเจ้าหน้าที่ กทม. ได้ลอกท่อระบายน้ำมาตลอด วอนอย่าโยงการเมือง
หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้กล่าวถึงกรณีที่พบถุงทรายและหินอยู่ในท่อระบายน้ำของกรุงเทพมหานครเป็นจำนวนมาก จนส่งผลทำให้การระบายน้ำของกรุงเทพมหานครทำงานได้ไม่เต็มที่หากเกิดฝนตกหนัก ว่า
การที่พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.)ให้กรมราชทัณฑ์ช่วยลอกท่อระบายน้ำ ในจุดน้ำท่วมซ้ำซาก และพบหิน ถุงทราย และขยะจำนวนมากซุกอยู่ในท่อระบายน้ำนั้น เป็นเรื่องสุดวิสัย และเป็นเรื่องที่อาจพบได้ จึงไม่อยากให้มองเรื่องนี้เป็นการเมืองเชื่อมโยงกับการเลือกตั้งผู้ว่าฯ ในสมัยหน้า
ขณะเดียวกันก็ขอยืนยันว่า กทม. ได้มีการดำเนินการลอกท่อระบายน้ำมาตลอด ตั้งแต่ธ.ค. ปี54 ที่ผ่านมา ส่วนการเข้ามาช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วมกทม.ของ ผบช.น และกรมราชทัณฑ์ นั้นก็ถือเป็นเรื่องดี ซึ่งทางกทม. ก็พร้อมให้ร่วมมือช่วยเหลือราชทัณฑ์ทุกเมื่อหากติดต่อมา
สำหรับแนวทางในการแก้ปัญหาน้ำท่วมนั้น ก็ต้องรอให้การก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำครบทั้ง 4แห่ง ซึ่งขณะนี้อุโมงค์ระบายน้ำพระราม9ช่วยระบายน้ำได้บ้างแต่ยังไม่เต็มที่


แหล่งข่าว Mthai.com

วันศุกร์ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2555


จัดหนัก! โอ๊คอัด อภิสิทธิ์ ปากว่าตาขยิบ

นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก Oak Panthongtae Shinawatra โดยมีข้อความระบุว่า
เมื่อวานหลังจากที่ผมโพสต์ทวงถามสามัญสำนึกของคนที่น่าจะอยู่เบื้องหลังการจัดม็อบ ไปชนกับกลุ่มคนเสื้อแดงที่ไปให้กำลังใจคุณดารุณี ที่กองปราบฯ โดยที่ตั้งข้อสังเกตว่ามีคนหน้าคล้ายพิธีกรช่องบลูสกาย ปลุกระดมคนไปเผชิญหน้ากันนั้น
วันนี้ปรากฏว่ามีหลักฐาน และมีการให้สัมภาษณ์ของหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในเรื่องเดียวกันนี้ ซึ่งจะขอนำทั้ง 2 ส่วน มาต่อเป็นจิ๊กซอว์ให้เห็นภาพรวม เพื่อทุกท่านจะได้ร่วมกันวิเคราะห์ว่า 2 เรื่องนี้เป็นเหตุบังเอิญ หรือเป็นเรื่องที่พรรคปชป. กับช่องบลูสกาย ร่วมมือกันจัดตั้งให้กลุ่มคนที่หม่อมเต่านา พูดว่า “น่าเป็นห่วงที่สุดคือคนที่รักในหลวงจนเสียสติ” ไปตีกัน โดยมีเสื้อ “ทรงพระเจริญ” มาล่อใจหรือไม่ ดังนี้ครับ
1. มีหลักฐานว่ามีการปลุกระดมในช่องบลูสกายจริงๆ โดยนัดให้คนที่อยากได้เสื้อทรงพระเจริญไปรับเสื้อที่พิธีกรช่องบลูสกาย ที่หน้ากองปราบในวันและเวลาที่กลุ่มคนเชียร์คุณดารุณี กำลังชุมนุมกันอยู่ ซึ่งในข้อนี้ผมถือว่าเป็นเจตนาร้าย เพื่อให้คน 2 กลุ่มเผชิญหน้ากัน โดยมีหลักฐานเป็นคลิปวีดีโอ ซึ่งในตอนท้ายยังบอกด้วยว่า ให้ใส่เสื้อกลับบ้านไปและวันหลังจะชวนมาอีก โดยเรียกกลุ่มนี้ว่า “กลุ่มทรงพระเจริญ” คลิปไม่ยาวครับ ประมาณ 30 วิ. ตาม link นี้ครับ
 2. นายอภิสิทธิ์ ออกมาให้สัมภาษณ์ตำหนิว่า รมว.กห. ว่าเห็นเป็นเรื่องเล็กได้อย่างไร เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ อาจลุกลามบานปลาย ทุกคนต้องช่วยกัน และตำหนิตำรวจว่าสร้างปัญหา ไม่มีแผนแยกคน 2 กลุ่มออกจากกัน และออกตัวแทนผู้ต้องหาว่า ประโยคที่ต่อว่านั้น เป็นประโยคคำถาม ยังไม่ได้หมิ่นประมาท ตาม link นี้ครับ
http://www.thairath.co.th/content/pol/294004


วันพฤหัสบดีที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2555


"อภิสิทธิ์" ถามตำรวจ ทำไมไม่จับแดงมายืนด่าต่อหน้า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงเหตุการณ์ที่กลุ่มคนเสื้อเหลือง ปะทะกับคนเสื้อแดง ที่หน้ากองปราบปราม เมื่อวันที่ 25 ก.ย. ว่า เป็นเรื่องที่มีหลายแง่มุม ทุกคนต้องช่วยกัน ไม่ให้เหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นอีก และถ้ามีความตั้งใจจะสร้างสังคมที่จะลดความขัดแย้งให้เกิดความปรองดองแล้ว การใช้กำลังในลักษณะที่เป็นความรุนแรงอย่างนี้ ไม่ควรจะเป็นที่ยอมรับ ซึ่งสถานที่ที่เกิดขึ้นก็เกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาเจ้าหน้าที่ ทั้งที่มีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อย ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมการบริหารจัดการที่รู้เบาะแสอยู่แล้วว่าจะมีกลุ่มคน 2 กลุ่มไปชุมนุม
ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ควรมีแผนในการที่แยกคน 2 กลุ่มนี้ออกจากกัน ไม่ให้เกิดการปะทะกัน สำหรับการแจ้งข้อกล่าวหา ครูที่ต่อว่า นางดารุณี กฤตบุญญาลัย แกนนำ นปช.นั้น เป็นประโยคคำถาม ยังไม่ได้หมิ่นประมาท ซึ่งตนสงสัยว่าถ้าตำรวจเห็นคลิปนี้แล้วบอกว่า ต้องตั้งข้อหาลักษณะแบบนี้
ขณะเดียวกัน ตนก็ขอถามว่าทุกครั้งที่ตนไปไหน และมีเสื้อแดงมาตะโกนด่าตนหยาบๆ คายๆ ถือป้ายชูอยู่ แล้วตำรวจยืนอยู่ ทำไมไม่จับกุม เพราะเป็นการทำความผิดซึ่งหน้าเลย ดังนั้น ก็ต้องตั้งข้อหาได้หมดเหมือนกัน ซึ่งคิดว่าตำรวจสร้างปัญหาขึ้นมาเอง
ส่วนกรณีที่ พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม ระบุเรื่องนี้ว่า เป็นเรื่องเล็กน้อย ไม่เป็นเรื่องใหญ่โตนั้น ตนก็แปลกใจที่มองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องเล็กน้อยได้อย่างไร เพราะคนไทยด้วยกันเองจะต้องมาขัดแย้งทะเลาะกัน แล้วก็มีความสุ่มเสี่ยงต่อการที่จะลุกลามบานปลายได้ แทนที่จะช่วยกันดูต้นสายปลายเหตุ ต่างฝ่ายต่างก็ช่วยกันแก้ไขปัญหานี้ กลับมาบอกว่าเป็นเรื่องเล็ก ก็ไม่เข้าใจ


ขอบคุณข้อมูลรูปภาพ Mthai.com

วันพุธที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2555


ม็อบสุดทน! ปิดทางเข้าออกกระทรวงการคลัง ทำข้าราชการในกระทรวง ต้องเลี่ยงใช้เส้นทางบริเวณกรมประชาสัมพันธ์เข้าทำงานแทน
ผู้สื่อข่าว Mthai News รายงานจาก กระทรวงการคลัง ว่า กลุ่มผู้ชุมนุมกองทุนฟื้นฟูที่รวมตัวบริเวณหน้ากระทรวงการคลังมาแล้วหลายวัน ได้ยกระดับการชุมนุมโดยปิดประตูทางเข้ากระทรวงการคลัง ภายในซอยอารีสัมพันธ์ ช่วงถนนพหลโยธินไปถนนพระรามที่ 6
ทั้งนี้จากการชุมนุมดังกล่าวในช่วงเช้า ส่งผลให้ข้าราชการกระทรวงไม่สามารถเดินทางเข้าไปภายในกระทรวงได้ นอกจากนี้ยังส่งผลให้การจราจรทั้งเส้นทางซอยอารีย์ และถนนพระราม 6 ติดขัด ขณะเดียวกันล่าสุด มีรายงานว่าเจ้าหน้าที่บางส่วนได้ใช้ทางเข้าออกบริเวณกรมประชาสัมพันธ์เพื่อเข้าทำงานแล้ว







แหล่งข่าว Mthai.com