แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวน้ำท่วม 2555 แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวน้ำท่วม 2555 แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2555


ฝนถล่มบางแสน น้ำหนุนสูง30-40 เซนฯ
วันที่ 29 กันยายน 2555 เมื่อคืนที่ผ่านมา  บริเวณ ถนนสายเลี่ยงหนองมน ต.เหมือง อ.เมือง จ.ชลบุรี  ชื่อมต่อเข้าชายหาดบางแสน และมุ่งหน้าเข้า อ.ศรีราชา ถูกน้ำสูง 30-40 เซนติเมตร  แต่หากเป็นในซอยที่ประชาชนอาศัยอยู่ปริมาณน้ำจะสูงถึง 50-60 เซนติเมตร รถเล็กไม่สามารถสัญจรได้
ด้านนายบรรลือ ศรีสำอางค์ นายกเทศบาลตำบลเหมือง อ.เมือง จ.ชลบุรี กล่าวว่า น้ำที่ท่วมในครั้งนี้มีสาเหตุมาจากฝนที่ตกอย่างต่อเนื่อง จนน้ำจากภูเขาบริเวณเทศบาลตำบลบางพระไม่สามารถอุ้มน้ำไว้ได้  ประกอบกับไม่สามารถระบายน้ำลงทะเลได้ทัน น้ำจึงท่วมอย่างรวดเร็วและมีแนวโน้มที่จะสูงขึ้นเรื่อยๆ จึงอยากฝากเตือนประชาชนในเขตเทศบาลเมืองแสนสุข เทศบาลตำบลเหมือง และชุมชนวัดตาลล้อมยกของขึ้นที่สูง  และทางเทศบาลได้นำเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่สูบน้ำออกตลอด 24 ชั่วโมง หากฝนไม่ตกลงมาอีกคาดว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติภายใน 2 วัน แต่หากฝนยังตกลงมาอย่างต่อเนื่องอาจไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้และน้ำอาจทะลักเข้าท่วมถนนสุขุมวิทและตลาดหนองมน


นิคมฯลาดกระบัง คันกั้นน้ำทลาย เร่งอพยพ
เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 29 กันยายน มีรายงานว่า คันดินกั้นน้ำของนิคมอุตสาหกรรมลาดกระบังพังทลาย ทำให้น้ำในคลองลำแตงโมไหลทะลักและเริ่มท่วมถนนในนิคม จนบางบริษัทสั่งอพยพคนและหยุดการผลิตแล้ว สำหรับน้ำที่ไหลท่วมนิคมลาดกระบังนั้น ทำให้น้ำเริ่มท่วมบริเวณหน้า บ.จอร์นสัน กับ บ.นีเวลล์ และอีกกลายบริษัท
    
             ด้านนายวีรพงศ์ ไชยเพิ่ม ผู้ว่าการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) กล่าวว่า คันดินที่พังนั้นเกิดจากฝนที่ตกหนักต่อเนื่องหลายวัน ทำให้ระดับน้ำในคลองแตงโมเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ และคันดินที่ถูกฝนชะล้างประกอบกับน้ำในลำคลองกัดเซาะจึงเกิดการทรุดตัว ทำให้น้ำในลำคลองทะลักเข้านิคมลาดกระบัง จนบางบริษัทต้องหยุดการผลิตรีบป้องกันน้ำที่ทะลักเข้ามา 

             ทางนิคมอุตสาหกรรมลาดกระบังได้ประสานงานกับทางกทม. ซึ่งมีเจ้าหน้าที่จากสำนักงานเขตลาดกระบัง มาช่วยดำเนินการซ่อมแซม ซึ่งขณะนี้ทางนิคมฯได้นำเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ 2 เครื่องมาดำเนินการสูบน้ำที่ทะลักเข้ามาออก และอีกส่วนหนึ่งก็รีบซ่อมแซมคันดินที่พัง
    
             นายวีรพงศ์ กล่าวว่าอีกว่า สำหรับคันดินที่พังมีความกว้างประมาณ 2 เมตรครึ่ง โดยการซ่อมแซมได้นำไม้มาปักก่อนนำถุงบิ๊กแบ็กมาปิด ซึ่งคาดว่าจะสามารถปิดคันดินที่พังได้ก่อนเที่ยงคืน
    
             ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้นายวีรพงศ์  ผู้ว่าการการนิคมอุตสหกรรมฯ  ได้ร่วมประชุมกับผู้ประกอบการ และนายธเนศ วีระศิริ เลขาธิการวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ และเวลา 20.00 น. ผู้ว่า กนอ.จะแถลงข่าวเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างละเอียด ที่นิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง



ต่อมาเวลา 20.00 น. วันเดียวกัน นายธเนศ วีระศิริ เลขาธิการวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวภายหลังประชุมร่วมกับ ผู้ว่า กนอ. และผู้ประกอบการในนิคมฯ ว่า ขณะนี้ได้มีการกั้นทางน้ำจากคลองบึงบัว ไม่ให้ไหลเข้าคลองแตงโมได้แล้ว ส่วนปริมาณน้ำที่ไหลเข้าไปท่วมขังนิคมฯ ลดระดับลงมาอยู่ที่ 18 เซนติเมตรแล้ว และปริมาณน้ำยังลดระดับลงตามลำดับ คาดว่าจะกลับเข้าสู่สภาวะปกตินั้นในเวลา 24.00 น.
  
              เมื่อถามว่า เป็นห่วงหรือไม่หากฝนตกลงมาเพิ่มปริมาณน้ำให้สูงขึ้น นายธเนศกล่าวว่า ไม่น่ากังวล เนื่องจากได้มีการซ่อมแซมคันกั้นดินเรียบร้อยแล้ว แต่สิ่งที่น่ากังวล คือคันกั้นดินที่ซ่อมแซมนั้นจะพังลงอีกหรือไม่ และวันที่ 30 กันยายน จะออกตรวจบริเวณโดยรอบของนิคมอุตสาหกรรมลาดกระบังอย่างละเอียด ซึ่งแผนในอนาคตได้มีการวางไว้อยู่แล้วว่าจะทำกำแพงกั้นน้ำแบบถาวร


กทม.พร้อมช่วยเต็มที่หากร้องขอ 


              นายวัลลภ สุวรรณดี รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร  กล่าวว่า  ยังไม่ไดัรับรายงานเรื่องดังกล่าว เพราะในส่วนของคันกั้นดินดังกล่าวนั้นไม่ได้อยู่ในความดูแลรับผิดชอบของ กทม. เนื่องจากคันกั้นดินดังกล่าวนั้น ทางนิคมอุตสหกรรมลาดกระบังเป็นผู้ดำเนินการก่อสร้างขึ้นมาเอง แต่หากทางนิคมประสานมาทาง กทม.ยินดีช่วยเหลืออย่างเต็มที่
พท.ลุยศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ยกน้ำท่วมสู้

             เมื่อเวลา 09.30 น. ที่โรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ รีสอร์ท บีช ชะอำ จ.เพชรบุรี พรรคเพื่อไทย(พท.)จัดสัมมนา ส.ส.กทม. ส.ก. และส.ข.ของพรรค เพื่อระดมความคิดเห็นและวางยุทธศาสตร์ในการเลือกตั้งในพื้นที่ กทม. รวมทั้งพิจารณาคุณสมบัติของผู้ที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โดยตั้งเป้าว่าผู้สมัครของพรรค ต้องได้คะแนนไม่น้อยกว่าร้อยละ 55

             ในการสัมมนาครั้งนี้ยังมีหารือถึงปัญหาน้ำท่วมใน กทม.ด้วย โดยนายวิชาญ มีนชัยนันท์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ขอให้สมาชิกพรรคเร่งลงพื้นที่ไปช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน และขอให้ตรวจสอบดูว่ายังมีท่อระบายน้ำหรือคูคลองต่างๆ ในพื้นที่ใดที่ยังไม่ได้ขุดลอกบ้าง

             ด้านนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า พรรคได้มอบหมายให้ไปหาข้อมูลและข้อเท็จจริงในกรณีที่กทม.ระบุว่าฝนที่ตกใน กทม.ช่วงเดือนกันยายนมีปริมาณมากที่สุดในรอบ 100 ปี 
แหล่งข่าว คมชัดลึก

วันเสาร์ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2555


กันไม่อยู่ นิคมฯลาดกระบังพังน้ำทะลักท่วม-เร่งวางบิ๊กแบ็ก
เกิดเหตุดินสไลด์ ทำคันกั้นนิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง พัง น้ำทะลักท่วมสูง 30 ซ.ม. เจ้าหน้าที่เร่งวางบิ๊กแบ็ก และสูบน้ำออก ขณะที่นํ้าป่าจากเทือกเขาตะนาวศรี ซัดบ้านหายทั้งหลัง บ้านวังโค ถนนเข้าหมู่บ้านขาด จังหวัดเร่งช่วย 
นายธเนศ วีระศิริ เลขาธิการวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยกรณีคันกั้นน้ำนิคมอุตสาหกรรมลาดกระบังพัง ส่งผลให้น้ำไหลทะลักเข้าไปในนิคมฯ สูงประมาณ 30 ซ.ม. ซึ่งทำให้บางบริษัทต้องหยุดการผลิตชั่วคราว ว่า เบื้องต้นจากการตรวจสอบพบว่า กรณีดังกล่าวเกิดจากมีการสูบน้ำในคลองลำแตงโมออก ทำให้น้ำต่ำกว่าคันดิน จนเกิดดินสไลด์ ทำให้น้ำไหลทะลักเข้าไปบริเวณทิศตะวันตกของนิคมฯ ติดกับบึงบัว โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเร่งสูบน้ำออกและนำบิ๊กแบ็กลงเพื่ออุดรูรั่วของคันกั้นน้ำแล้ว ส่วนความเสียหายยังไม่ทราบแน่ชัด
อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า ล่าสุดทางผู้ที่เกี่ยวข้องได้อยู่ระหว่างการลงพื้นที่ เพื่อตรวจสอบเหตุดังกล่าว รวมไปถึงสำรวจความเสียหายที่เกิดขึ้นภายในนิคมฯ
น้ำป่าซัดบ้านวังโค จ.ราชบุรี ถนนทางเข้าหมู่บ้านขาด
สถานการณ์น้ำป่าที่ไหลหลาก จากเทือกเขาตะนาวศรี อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี ทำให้ถนนเส้นทางเข้าหมู่บ้านหลายแห่ง ถูกน้ำพัดขาด ขณะที่บ้านของ นายสานิต สิงหเตโชชัยคุณ อาศัยอยู่ด้วยกัน 3 คน พ่อ แม่ ลูก ปลูกติดลำน้ำแม่น้ำภาชีไหลผ่าน ถูกน้ำป่าพัดพาบ้านทั้งหลัง เหลือเพียงซากเศษไม้และหลังคา พืชผลทางการเกษตรที่ปลูกไว้ เช่น ตะไคร้ ถั่ว และไม้ไผ่หวาน ซึ่งส่วนหนึ่งถูกน้ำป่าพัดเสียหาย ด้าน นายณรงค์ ครองชนม์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี พร้อมด้วยสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดราชบุรี ลงตรวจสอบพื้นที่ความเสียหาย นำสิ่งของไปแจกจ่าย ให้กับราษฎรที่ได้รับความเดือดร้อน โดยเฉพาะที่บ้านวังโค หมู่ที่ 3 ต.ตะนาวศรี ถนนเข้าหมู่บ้านถูกน้ำป่าซัด ประชาชน 10 หลังคาเรือนติดเกาะ ไม่สามารถใช้ทางรถยนต์ออกมาได้ ทางเจ้าหน้าที่ใช้เชือกผูกกับต้นไม้ แล้วใช้รอกดึงเพื่อส่งน้ำและอาหารไปช่วยเหลือเบื้องต้น
อย่างไรก็ตาม สำหรับพื้นที่ราชบุรี ทางสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้ประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินแล้ว 5 อำเภอ ประกอบด้วย อ.เมือง อ.โพธาราม อ.บ้านโป่ง อ.สวนผึ้ง และ อ.บ้านคา.
ฝนถล่มชลฯน้ำท่วมถ.สุขุมวิทใกล้แยกบางแสน
ได้เกิดฝนตกหนักที่จังหวัดชลบุรี เกือบตลอดทั้งวัน ทำให้เกิดน้ำท่วมขังเป็นบริเวณกว้าง โดยเฉพาะในถนนสุขุมวิท ใกล้ทางแยกบางแสน ซึ่งเป็นจุดที่มีการก่อสร้างสะพาน และถนนอยู่บางช่วง ทำให้ระบบการระบายน้ำไม่ทันจนเป็นเหตุให้เกิดน้ำท่วมขังเป็นระยะทางเกือบ 100 เมตร ทำให้ผู้เดินทางผ่านในจุดดังกล่าว ต้องชะลอรถ เป็นเหตุให้เกิดรถติดเป็นระยะทางยาว
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม อย่าง ชายหาดบางแสน ในวันนี้ยังมีนักท่องเที่ยว ทยอยเดินทางเข้ามาเล่นน้ำทะเล และตากอากาศเป็นระยะๆ แม้ว่าจะมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง แต่ในช่วงเย็นอากาศแจ่มใสขึ้นทำให้นักท่องเที่ยว ต่างลงเล่นน้ำและพักผ่อนกันตามปกติ
ชุมชนจามร จมน้ำกว่า 100 หลังคาเรือน
นายดำรงค์ อู่ทรัพย์ รองนายกเทศบาลเมืองคูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ได้นำเจ้าหน้าที่ห้องเครื่องจักร ออกตักดินตั้งคันกั้นน้ำ ให้ชาวบ้านชุมชนจามร ม.9 ต.คูคต ริมคลองหนึ่ง เนื่องจากฝนได้ตกลงมาทั้งวันทั้งคืนที่ผ่านมา ซึ่งทำให้น้ำในคลองหนึ่ง ด้านเขตเทศบาลเมืองคูคต ได้รับผลกระทบน้ำในคลองขึ้นสูง และน้ำฝนไหลลงคลองไม่ได้ ทำให้น้ำเข้าท่วมบ้านเรือนประชานชั้นล่าง ได้รับความเสียหายกว่า 100 หลังคาเรือน
โดยทางฝ่ายช่างโยธาเทศบาลนำเครื่องจักรมาตักดินตั้งคันกั้นน้ำสูบน้ำที่ท่วมขังออก ให้ชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนพื้นบ้านชั้นล่าง น้ำเข้าท่วมทางเดินต้องลุยน้ำออกมาภายนอก ซึ่ง นายดำรงค์ อู่ทรัพย์ รองนายกเทศบาลเมืองคูคต ได้กล่าวว่า หากฝนยังตกแบบนี้ น้ำคงท่วมในพื้นที่เขตเทศบาล หลายหมู่บ้านที่มีพื้นที่ต่ำประกอบกับทางประตูระบายน้ำสูบน้ำออกไม่ทัน เป็นเหตุน้ำท่วมบ้านเรือนในครั้งนี้ และหากฝนหยุดตก ก็จะสูบน้ำออกทัน และคาดว่าจะลดลงภายใน 2 วัน
เร่งทำคันดินกั้นน้ำถนนปราจีนบุรี-ศรีมหาโพธิ
นางรัชนี เซ่นขาว นายกองค์การบริหารส่วนตำบลดงกระทงยาม อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี สั่งขุดคันดินกั้นน้ำ ที่ กม.15 ถนนปราจีนบุรี-ศรีมหาโพธิ ที่ตั้งติดริมแม่น้ำปราจีนบุรี ม.4 ต.ดงกระทงยาม อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรีเนื่องจากน้ำป่าจากแม่น้ำปราจีนบุรี ได้ไหลล้นตลิ่งท่วมแนวคันดินกั้นน้ำที่สูงกว่า 1.50 เมตร เป็นทางยาวกว่า 300 เมตร ระดับน้ำท่วมสูงเกือบ 80 เซนติเมตร รถจักรยานยนต์ และรถยนต์เล็ก ไม่สามารถวิ่งได้ โดยได้นำรถแบคโฮจำนวน 3 คัน ขุดคันดินขนาดกว้างกว่า 2 เมตร สูงกว่า 2 เมตร เป็นระยะทางยาวกว่า 600 เมตร เป็นแนวกั้นน้ำไม่ให้ไหลบ่าผ่านถนนลงสู่พื้นที่ ต.หาดยาง ต.ดงกระทงยาม ต.บางกุ้ง อ.ศรีมหาโพธิ ก่อนไหลเข้าสู่ อ.ศรีมโหสถ และเข้าสู่พื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา
น้ำท่วมพนมสารคาม5ตำบลเดือดร้อนพันครัวเรือน
นายเดชา ใจยะ นายอำเภอพนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา เปิดเผยกับ สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น.ว่า สถานการณ์น้ำท่วม ขณะนี้ได้รับผลกระทบอยู่ 5 ตำบล ประมาณ 1,000 ครัวเรือน พื้นที่การเกษตร เสียหายแล้วกว่า 2,000 ไร่ ระดับน้ำที่เอ่อล้นจากคลองท่าลาดสูงประมาณ 80 เซนติเมตร โรงเรียนถูกน้ำท่วม 3 แห่ง แต่โชคดีที่อยู่ในช่วงปิดภาคเรียน ทั้งนี้จากการประเมินสถานการณ์ คาดว่าหากไม่มีฝนตกลงมาอีก จะทำให้ระดับน้ำลดลง
อย่างไรก็ตาม ในวันนี้ ผู้แทนพระองค์ อัญเชิญถุงยังชีพจากมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ มอบช่วยเหลือชาวบ้านผู้ประสบภัยน้ำท่วม จำนวน 1,000 ชุด
แหล่งข่าว : www.innnews.co.th

ปทุมท่วมหนัก บ้านจมเกือบทุกซอย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่จ.ปทุมธานีหลังจากมีฝนตกหนักในพื้นที่ตลอดคืนที่ผ่านมา ทำให้ถ.พหลโยธินทั้งขาเข้าและขาออกในเขตพื้นที่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ช่องทางคู่ขนานมีน้ำท่วมขังตั้งแต่ 40-50 ซ.ม. โดยเฉพาะหน้าปากซอยประทานพร หน้าสถานีขนส่งปากซอยบุญคุ้ม หน้าหมู่บ้านไวท์เฮ้าส์ และทางคู่ขนานก่อนถึงหน้านิคมฯ นวนคร น้ำท่วมขังจนรถเล็กไม่สามารถวิ่งชิดขอบทางได้ ทำให้การจราจรติดขัดยาวนานหลายชั่วโมง  

 ส่วนช่องขาเข้ากรุงเทพฯ คู่ขนานตั้งแต่ปากทางเข้าร.พ.แพทย์รังสิต ตลอดไปถึงปากทางเข้าอ.ลำลูกกา มีน้ำท่วมขังสูง ป้ายรถเมล์ส่วนใหญ่ประชาชนก็ไม่สามารถยืนรอรถประจำทางได้ โดยที่ป้ายรถประจำทางหน้าห้างเซียร์รังสิตน้ำท่วมสูงถึงที่นั่งพักผู้โดยสาร รถเมล์เข้าจอดป้ายไม่ได้  ทำให้การจราจรช่องทางคู่ขนานติดขัด รถติดยาวตลอดเส้นทาง

 ส่วนพื้นที่ภายในหมู่บ้านไวท์เฮ้าส์ ม.6 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง มีน้ำท่วมขังแทบทั้งหมู่บ้าน โดยระดับน้ำนั้นสูงประมาณ 20-30 ซ.ม. ชาวบ้านต้องเก็บข้าวของเครื่องใช้ขึ้นที่สูง 


แหล่งข่าว ข่าวสด

วันศุกร์ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2555


ฝนตกกระหน่ำทั้งคืน ทำให้น้ำท่วมขังเมืองกรุงเช้านี้
ตลอดคืนที่ผ่านมา มีฝนตกหนักต่อเนื่อง ในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร จากการตรวจสอบพบว่า ในพื้นที่ซอยรัชดาภิเษก 36 หรือ ซอยเสือใหญ่ ที่มักมีน้ำท่วมขังทุกครั้ง หลังจากมีฝนตกต่อเนื่องประมาณ 1 ชั่วโมง เนื่องจากน้ำระบายไม่ทัน พบว่า ภายในซอยเสือใหญ่หลายจุด เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ มีน้ำท่วมขังสูงประมาณ 20-30 เซนติเมตร ถนนรัชดาภิเษกฝั่งขาเข้า เชิงทางลงสะพานข้ามแยกรัชโยธิน มุ่งหน้า แยกรัชดา-ลาดพร้าว มีฝนตกตลอดทั้งคืน มีน้ำท่วมขังเชิงทางลงสะพาน ขณะที่บริเวณ ถนนวิภาวดีรังสิตฝั่งขาออก ช่วงทางลงด่วนดินแดง มุ่งหน้า สโมสรกองทัพบก มีน้ำท่วมขังในช่องทางซ้าย สูงเกือบริมฟุตบาท
ทางด้าน นายสัญญา ชีนิมิตร ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า ตลอดคืนที่ผ่านมา มีฝนตกลงมา ทั้งฝั่งธนบุรี และฝั่งพระนคร ตั้งแต่ 100-140 มิลลิเมตร ส่งผลให้มีน้ำท่วมขัง เนื่องจากระบายไม่ทัน พร้อมกันนี้ได้ประชาสัมพันธ์ให้หลีกเลี่ยงเส้นทาง ถนนวิภาวดีรังสิตฝั่งขาเข้า ช่วงหน้า ร.ร.สุรศักดิ์มนตรี เพราะมีน้ำท่วมขังเสมอฟุตบาท รวมถึง ถนนลาดพร้าว 112 ที่มีน้ำท่วมขัง หากฝนไม่ตกซ้ำลงมา ก็จะสามารถระบายได้ทันภายใน 1-2 ช.ม.
ขณะที่ กองบังคับการจราจร รายงานสภาพการจราจรล่าสุด บนถนนประชาราษฎร์ สาย 2 จาก แยกเตาปูน ถึง แยกประชาชื่น น้ำท่วมสูงระดับทางเท้า ทิศทางกลับกัน จาก แยกประชาชื่น ถึง โรงเรียนเทพสัมฤทธิ์ น้ำท่วมสูงระดับทางเท้า เจ้าหน้าที่กำลังเร่งระบายน้ำเร่งด่วน ถนนรามคำแหง หน้ามหาวิทยาลัยรามคำแหง ยังคงมีน้ำท่วมขังเสมอฟุตบาท ซึ่งทำให้การจราจรติดขัด ใน ซ.เสือใหญ่อุทิศ มีน้ำท่วมขังในซอยเสมอขอบล้อ รถเล็กไม่ควรผ่าน ถนนสุวินทวงศ์ ขาออก ช่วง ร.ร.สารสาสน์ สุวินทวงศ์ ขาออก แยกบึงขวาง น้ำท่วมขังทั้ง 2 ช่องทาง เสมอฟุตบาท ทำให้การจราจรติดขัดอย่างหนัก ขอให้ปชช.หลีกเลี่ยงเส้นทาง ถนนงามวงศ์วาน เคลื่อนตัวเรื่อยๆ แต่มีฝนตกหนักลงมาอีกครั้งหนึ่ง ทำให้รถเคลื่อนตัวได้ช้าลง มีน้ำท่วมขังบ้างที่หน้า ร.พ.โรคทรวงอก เพียง 5 ซ.ม. หากไม่มีฝนตกลงมาอีกก็จะระบายได้หมดเร็วๆ นี้ ส่วนอุโมงค์ลอดแยกเกษตร ขาเข้า มีน้ำท่วมขังสูงประมาณ 10 ซ.ม. ขอให้ระมัดระวังในการขับขี่ และล่าสุด ฝนยังคงตกลงมาอีกในหลายจุด ทำให้การจราจรมีปัญหาต่อเนื่อง ในช่วงโมงเร่งด่วนอีกครั้ง
ขอขอบคุณภาพจากผู้ใช้ทวิตเตอร์


วันพฤหัสบดีที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2555


เตือนอีก 7-8 ปี กรุงเทพจมน้ำ อาจย้ายเมืองหลวง!

ผู้เชี่ยวชาญด้านภัยพิบัติ เปิดเผยว่า พื้นที่กรุงเทพฯ จะเกิดน้ำท่วมแบบถาวรในอีก 7 – 8  ปีข้างหน้า จึงเตือนรัฐบาลให้เร่งวางแผนรับมือโดยเร็วที่สุด
มหาวิทยาลัยรังสิต จัดการเสวนาในหัวข้อ ‘เปิดโลกไอทียุคใหม่ ก้าวข้ามภัยพิบัติ’ เพื่อนำเสนอแนวทางการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีไอที  ในการจัดการภัยธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพ
นายอาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา อดีตนักวิจัยร่วมในองค์การนาซา กล่าวว่า ในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า น้ำแข็งบริเวณขั้วโลกจะละลายมากขึ้น ทำให้ก๊าซมีเทนผุดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง  ซึ่งเป็นสาเหตุให้เกิดภาวะโลกร้อนมากกว่าคาร์บอนไดออกไซด์ถึง 21 เท่า
เหตุการณ์นี้ จะทำให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นจากปกติถึง 20 เซนติเมตร ส่งผลให้น้ำหนักของมหาสมุทรแปซิฟิกเพิ่มขึ้น การหมุนของโลกก็จะเปลี่ยนไป  และธรรมชาติจะต้องปรับสมดุล เช่น การเกิดแผ่นดินไหว สึนามิ และพายุ
พร้อมเปิดเผยว่า  หากเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ ประเทศญี่ปุ่น  ซึ่งตั้งอยู่บริเวณรอยเลื่อนแผ่นเปลือกโลก มีโอกาสจะจมลงใต้มหาสมุทรแปซิฟิก ขณะที่ประเทศไทยจะได้รับผลกระทบน้อยกว่า โดยจะเกิดแผ่นดินไหวขนาดเล็ก  ระดับ 3 – 4 ตามมาตราริกเตอร์เท่านั้น เนื่องจากมีรอยเลื่อนขนาดเล็กกระจายอยู่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะทางภาคเหนือ
ด้านนายสมิทธ ธรรมสโรช ประธานกรรมการมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ กล่าวว่า น้ำท่วม  ยังคงเป็นปัญหาระยะยาว  ที่รัฐบาลจะต้องวางแผนแก้ไขปัญหา โดยผู้บริหารน้ำ จะต้องมีความรู้และรับฟังข้อมูลจากหลายด้าน
สำหรับการปล่อยน้ำในเขื่อนขนาดใหญ่ออกมาเป็นจำนวนมาก เพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วมในปีนี้ เชื่อว่าจะส่งผลให้เกิดภาวะภัยแล้งในอนาคต เนื่องจากระดับน้ำที่เหลือในเขื่อนไม่เพียงพอสำหรับภาคเกษตรกรรม
ส่วนพื้นที่กรุงเทพฯ สมุทรปราการ สมุทรสาคร และสมุทรสงคราม ยังต้องเฝ้าระวังการเกิดสตอมเซิร์จ หรือ คลื่นขนาดใหญ่ พัดเข้าแนวชายฝั่งในช่วงปลายปีนี้ รวมทั้งรายงานขององค์การสหประชาชาติที่เตือนว่า อีก 7 – 8 ปีข้างหน้า กรุงเทพๆ จะอยู่ไม่ได้ เพราะน้ำทะเลหนุนสูงขึ้น
ขอบคุณข้อมูลจาก VoiceTV


วันพุธที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2555


ภาพถ่ายดาวเทียมชี้ฝนจ่อถล่ม กรุงเทพหนักกว่าเมื่อวาน 10 เท่า!
26 กันยายน 2555 เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา รายการเรื่องเล่าเช้านี้ทางช่อง 3 สรยุทธ สุทัศนจินดา พิธีกรชื่อดังหลังรายงานสภาพฝนตกน้ำท่วมหนักในถนนหลายสายในกทม. วานนี้แล้ว ได้มีการเปิดเผยภาพถ่ายดาวเทียม MTZ2 ของญี่ปุ่นที่ถ่ายภาพไว้เมื่อวานนี้ (25 ก.ย.) แสดงให้เห็นว่ามีร่องมรสุมกำลังแรงปกคลุมประเทศไทย ซึ่งจะทำให้มีฝนตกหนักต่อเนื่อง และระหว่างวันที่ 26 กันยายนถึงวันที่ 2 ตุลาคม 2555 จะมีฝนตกหนักใน กทม.มากกว่าเมื่อวานนี้ถึง 10 เท่า (ย้ำ 10 เท่า)

ขณะที่เมื่อเวลา 05.00 น.ที่ผ่านมา กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเตือนภัย ฉบับที่ 8 "ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย" ลงวันที่ 26 กันยายน 2555 โดยระบุว่าร่องมรสุมกำลังแรงพาดผ่านบริเวณภาคกลาง และภาคตะวันออก ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังค่อนข้างแรง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกชุกหนาแน่นโดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้จะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยและพื้นที่ที่มีน้ำท่วมบริเวณดังกล่าวระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากในระยะ 1-2 วันนี้ สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตอนบนและทะเลอันดามันมีกำลังค่อนข้างแรง โดยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือในช่วงวันที่ 26-30 กันยายน 2555

อนึ่ง พายุไต้ฝุ่น "เจอลาวัต" (JELAWAT) บริเวณด้านตะวันออกของประเทศฟิลิปปินส์ มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จะเคลื่อนตัวไปใกล้เกาะไต้หวันในช่วงวันที่ 28-29 กันยายน 2555 ส่วนพายุโซนร้อน "เอวิเนียร์" (EWINIAR) บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 85 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จะเคลื่อนตัวไปใกล้ประเทศญี่ปุ่นในช่วงวันที่ 28-29 กันยายน 2555 สำหรับพายุทั้ง 2 ลูกนี้ไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย
ขณะที่วันนี้กรมอุตุนิยมระบุว่า ในส่วนของกรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนองทั่วไป ร้อยละ 90 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 15-35 กม./ชม.


แหล่งข่าว sanook.com