วันอังคารที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2555


ใครๆ ก็ชอบที่อยากจะหยั่งรู้อนาคตล่วงหน้ากันทั้งนั้นรวมทั้งผมด้วย จะได้มั่นใจ ระมัดระวังตัวการใช้ชีวิตกันอย่างไร ความรัก การงาน การเงิน สุขภาพ หรือแม้แต่เรื่องคนใกล้ตัว ข้อมูลหลายอย่างที่เป็นข้อมูลส่วนตัวหากผู้อื่นได้รู้นี่ก็อาจเป็นอันตรายได้เหมือนกัน ถ้าหมอดูล่วงรู้สิ่งที่คุณทำสิ่งที่คุณชอบ รายละเอียดเล็กน้อยๆ ต่างๆ เกี่ยวกับการเงิน และการใช้จ่าย แน่นอนว่าถ้าข้อมูลเหล่าเผยแพร่ออกไป จะเป็นอย่างไรถ้าคนนั้นนำไปใช้ในทางที่ไม่หวังดี อาจหมายถึงอันตรายในชีวิต และทรัพย์สินก็เป็นได้
          อย่าตกใจว่าอินเตอร์เน็ตรู้เรื่องของเรามากขนาดไหน ผมเองเป็นคนหนึ่งที่ติดการอัพเดทชีวิตตัวเองผ่าน Facebook และทวิตเตอร์ ข้อมูลที่ผมใส่ไปบน Social Media เต็มไปด้วยข้อมูลที่เป็นข้อมูลส่วนตัวจำนวนมากลงรายละเอียดขนาดที่ว่าไปกินข้าวหรือทำอะไรอยู่กับใคร ซึ่งไม่แปลกหรอกครับเพราะคนจำนวนมากก็ทำเช่นเดียวกัน แต่ชีวิตที่เปิดเผยผ่านช่องทางออนไลน์ก็มีทั้งดีและไม่ดี สิ่งที่ไม่ดีคือ ปัญหาล่อลวงทางอินเทอร์เน็ตที่เพิ่มมากขึ้น มากขึ้นพอๆ กับปัญหาอาชญากรรม การเงิน
          ครั้งหนึ่งเคยมีการรณรงค์เรื่องการเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวบน Facebook แล้วทำออกมาเป็น Application ที่ชื่อ Take This Lollipop เพียงแค่เข้าไปเล่นแอพนี้ก็ทำให้คนหลายรู้ว่าข้อมูลในเฟซบุ๊กเรานั้นน่ากลัวขนาดไหน เมื่อไปอยู่ในมือพวกโรคจิตเพราะรู้ขนาดที่ว่าตอนนี้เรานั่งเล่น Facebook กันที่ไหน บอกเป็นแผนที่เส้นทางเดินทางไปเคาะประตูหน้าบ้านได้ภายใน 1 ชั่วโมง งานนี้เป็นการณรงค์ลดอาชญากรรมทางอินเทอร์เน็ต
          มาเข้าเรื่องหมอดูกันต่อ เหตุเกิดจากคลิปฮ๊อตที่กำลังถูกส่งต่ออย่างรวดเร็วบนเน็ตครับ คลิปนี้เล่าเรื่องโดย ภาพมีคนเดินไปเชิญชวนสุ่มคนที่ผ่านไปผ่านมาเข้ามาดูดวงกันฟรีๆ กับหมอเดฟ ชายผมสีเทาหน้าตาเหมือนคนมีญาณหยั่งรู้ ทำท่าทีรับรู้สัมผัสพิเศษที่ได้รับจากตัวลูกค้าที่เข้ามาฟังคำทำนาย ซึ่งดูน่าเชื่อถือสุดๆ สิ่งที่เกิดขึ้นคือคำทำนายที่แม่นยำต่างๆ นาๆ ถูกเปิดเผยออกมา ตั้งแต่ชื่อเพื่อนสนิท ชื่อคนรัก ชื่อลูกชาย รอยสักผีเสื้อตรงสะโพก ชื่อโรงเรียนเก่า เท่านี้ยังไม่น่าตกใจเท่าไหร่ แต่ที่น่ากลัวกว่านั้นคือ คำทำนาย ที่ว่าคุณใช้จ่ายเงินไปกับอะไรบ้างในเดือนที่ผ่านมา บัญชีตัวแดงติดลบ การไปซื้อเสื้อโคชราคา 300 ยูโร บอกราคาบ้านที่กำลังขาย รู้ขนาดเลขหน้าบัตรเครดิตที่ใช้อยู่ ทั้งหมดฟังดูขนหัวลุกนี่คือสิ่งที่กำลังจะบอกถึงอันตรายจากการซื้อของผ่านออนไลน์ ข้อมูลส่วนตัวของเราที่เคยเปิดเผยบนเว็บไซต์สาธารณะหลายแห่ง ที่คิดว่าไม่อันตรายแต่รวมๆกันแล้ว มังสามารถขโมยเงินคุณไปใช้ได้แบบสบายๆ ได้เลย เคล็ดลับของหมอดูผู้นี้คือ ทีมงานแฮกเกอร์จากความร่วมมือของบริษัทชื่อดัง ที่ทำงานอยู่หลังม่านคอยบอกข้อมูลที่กำลังแฮ็กของแขกแปลกหน้า แล้วบอกไปทางหูฟังเล็กที่หมอดูกำลังสวมอยู่ เป็นคลิปที่ดูแล้วขนลุก
          การซื้อของบนอินเทอร์เน็ตไม่ได้เป็นเรื่องแปลกและน่ากลัวหรอกครับแต่ต้องซื้อผ่านเว็บไซต์ที่มีระบบความปลอดภัยที่น่าเชื่อถือและเป็นที่รู้จัก เห็นทีต้องเพลาๆ เรื่องการอัพเดทข้อมูลส่วนตัวบน Facebook ซะแล้ว ( ยิง QR code ด้วย app QR reader เพื่อดูคลิปได้เลยครับ )
.......................................
(หมายเหตุ หมอดูที่แม่นที่สุดในโลก : คอลัมน์ ดิจิตอลเลนส์ โดย... นิวัฒน์ ชาตะวิทยากูล)


(1 ต.ค.) นางสาวอาภร บรรจงลักษณ์ อายุ 40 ปี พาสื่อมวลชนเข้าไปเยี่ยมดูอาการของสามีนักร้องเพื่อชีวิต ค่ายรถไฟดนตรี สมชาย ใหญ่ หรือ นายสมชาย แทวกระโทกอายุ 44 ปี เจ้าของเพลง "เล่ห์ลมลวง" และ "ปู่ชิว" ซึ่งประสบอุบัติเหตุทางรถจักรยานยนต์ อาการบาดเจ็บค่อนข้างสาหัส แต่ขาดเงินรักษาพยาบาล
นายสมชาย หรือ สมชาย ใหญ่ ประสบอุบัติเหตุเมื่อวันที่ 29 กันยายนที่ผ่านมา และเข้ารับรักษาตัวอยู่ที่ห้องไอซียู โรงพยาบาลเปาโลเมโมเรียลสมุทรปราการ มีอาการเลือดออกที่ใต้เยื่อหุ้มสมอง กะโหลกศีรษะร้าว เนื่องจากการกระทบกระเทือน กระดูกซี่โครงหัก 3 ซี่ ตามลำตัวมีบาดแผลถลอกทั่วร่างกาย
นางอาภร เปิดเผยว่า ช่วงเช้าของวันเกิดเหตุ สามีได้ขับรถจักรยานยนต์ออกไปหา นายมานะ พีระจันทร์อายุ 55 ปี พี่ชายที่นับถือกันมานาน ที่ซอยหมอเสนอ จ.สมุทรปราการ ก่อนที่จะขับรถกระบะไปตลาดน้ำอัมพวากัน จนกระทั่งช่วงบ่าย สามีได้ขอตัวกลับก่อน ระหว่างที่ขับรถจักรยานยนต์กลับบ้าน มีผู้หญิงข้ามถนนตัดหน้ากะทันหัน เป็นเหตุทำให้ รถจักรยานยนต์ของนายสมชายเสียหลักชนเข้ากับฟุตบาท ร่างตกกระแทกพื้น ศีรษะฟาดถนน เป็นเหตุทำให้ได้บาดเจ็บสาหัสดังกล่าว
นอกจากนี้ นางอาภร ยังบอกอีกว่า 2-3 วันที่ผ่านมา แพทย์ผ่าตัดสมองนำเลือดที่คั่งออก แต่ค่ารักษาพยาบาลค่อนข้างสูง หมดไปแล้วแสนกว่าบาท ตนจึงได้ทำเรื่องขอย้ายสามีไปรักษาตัวต่อที่ โรงพยาบาลสมุทรปราการ แทน แต่ยังไม่สามารถย้ายผู้ป่วยได้ เพราะต้องจ่ายค่ารักษาอย่างน้อย 180,000 บาท

ข้อมูลข่าว sanook.com

วันจันทร์ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2555


คลิปเป็นข่าว : เป็นการปล้น ที่ง่ายดายที่สุดในสามโลกแล้ว
ดูแล้วมันจะปล้นง่ายไปไหมครับ แบบนี้ไม่มีการตอบโต้ไปดูกันเลยครับ
หัวหน้าพนักงานสอบสวนคดี "หมอสุพัฒน์" เผย คดีชะงัก ต้องรอผลดีเอ็นเอทางการ จึงจะแจ้งข้อหาฆ่าคนตายเพิ่มได้ ส่วนตรวจซ้ำรอผลเทียบเคียงได้ขณะ นิติเวช คาด ทราบผลสอบกระดูก ในไร่ หมอสุพัฒน์ 1สัปดาห์
พล.ต.ต.จุตติ ธรรมมโนวานิช รอง ผบช.ภ.7 ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวน คดีการหายตัวไปของ 2 สามีภรรยา จ.เพชรบุรี ที่เกี่ยวโยงกับ พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ เลาหะวัฒนะ เปิดเผยกับ สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า ทางแนวทางการสอบสวน ถือว่าคดีนี้หยุดชะงักชั่วคราว หลังจากที่ พงส. พยายามขุดค้นหาหลักฐานเพิ่มเติมในไร่ของ พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ มาถึง 6 ครั้งแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้หลักฐานอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดีมากนัก นอกเหนือจากโครงกระดูกที่พบจำนวน 3 ร่าง เท่านั้น ดังนั้น ถือว่าคดีต้องหยุดชะงักชั่วคราว จนกว่าจะได้ฐานเพิ่มเติมอีก ส่วนการแจ้งข้อหาฆ่าคนตายแก่ผู้ต้องหาเพิ่มเติมนั้น ต้องรอผลการตรวจดีเอ็นเออย่างเป็นทางการ จากสถาบันนิติเวชวิทยาก่อน จึงจะแจ้งได้ ส่วนการที่ญาติของ 2 ผู้สูญหาย ร้องขอให พงส. นำโครงกระดูก 3 ร่าง ไปให้สถาบัยนิติวิทยาศาสตร์ตรวจซ้ำอีกครั้งนั้น ทำได้ และ พงส. ก็รอผลจากการตรวจซ้ำนี้ได้เช่นกัน ไม่ใช่ปัญหา เพียงอาจจะทำให้สำนวนล่าช้าไปบ้าง
โดยกำหนดฝากขังผลัดแรก จำนวน 12 วัน ของ พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ จะครบกำหนดในวันที่ 5 ต.ค.นี้ ซึ่ง ทาง พงส.จะร้องต่อศาล เพื่อฝากขังเป็นผลัดที่ 2 ต่อไป ส่วนสิทธิ์การประกันตัวนั้น ผู้ต้องหาสามารถกระทำได้ อยู่ที่ดุลพินิจของศาล
ด้าน พนักงานสอบสวน สภ.ท่าไม้รวกนำตัวนางเล็ก เฮงสุวรรณ และนางเอื้อน เกิดทรัพย์ มารดาของนายสามารถ นุ่มจุ้ย และ นางสาวอรสา เกิดทรัพย์ 2 สามีภรรยาที่หายตัวไป มายังนิติเวชโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เพื่อเก็บตัวอย่าง ดีเอ็นเอ ก่อนไปเปรียบเทียบกับโครงกระดูก ทั้ง 3 โครง ที่ขุดพบในไร่ ตำบลกลัดหลวงอำเภอท่างยาง จังหวัดเพชรบุรี ของพันตำรวจเอก นายแพทย์สุพัฒน์ เลาหะวัฒนะ กลุ่มงานเวชศาสตร์และครอบครัวโรงพยาบาลตำรวจ

หลังจากก่อนหน้านี้ที่ผลการตรวจ ดีเอ็นเอ ของทั้ง 3 โครง ระบุว่าไม่ใช่ 2สามีภรรยาที่หายไป ซึ่งทางญาติไม่แน่ใจผลที่ออกมา จึงร้องขอให้มาตรวจซ้ำที่นิติเวชโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

อย่างไรก็ตาม ทางพนักงานสอบสวน กล่าวว่า โครงกระดูกทั้ง3โครงจะเคลื่อนย้ายเพื่อมาตรวจดีเอ็นเอภายในวันนี้
 นิติเวช คาด ทราบผลสอบกระดูกในไร่หมอสุพัฒน์ 1สัปดาห์
นายแพทย์ธีรโชติ จองสกุล ผู้อำนวยการศูนย์ชันสูตรพลิกศพ นิติเวชศาสตร์คณะแพทย์ศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แถลงข่าวหลังจาก เจ้าหน้าที่นิติเวชวิทยาโรงพยาบาลตำรวจ นำโครงกระดูกทั้ง 3 ร่าง ที่ขุดพบในไร่ของพันตำรวจเอกนายแพทย์สุพัฒน์ เลาหะวัฒนะ ผู้ต้องหาในคดีการหายตัวไปของสองสามีภรรยาชาวจังหวัดเพชรบุรีมามอบให้ฝ่ายนิติเวชศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ทำการตรวจเปรียบเทียบกับ ดีเอ็นเอ ของ นางเล็ก เฮงสุวรรณ และนางเอื้อน เกิดทรัพย์ มารดาของนายสามารถ นุ่มจุ้ย และนางสาวอรสา เกิดทรัพย์ สองสามีภรรยาที่หายตัวไป


โดย นายแพทย์ธีรโชติ ยืนยันว่า การตรวจดีเอ็นเอ ส่วนใหญ่จะมีกระบวนการเหมือนกันหมดซึ่งการนำ ดีเอ็นเอจากโครงการกระดูกมาตรวจ จะต้องเลือกส่วนที่เสื่อมสลายน้อยที่สุดก่อนนำมาเปรียบเทียบกับดีเอ็นเอในเลือดของบุคคลที่คาดว่าจะเป็นญาติซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นบิดามารดา เพื่อให้เกิดความชัดเจนที่สุด พร้อมยืนยันว่าไม่รู้สึกกดดันเพราะคุ้นเคยกับการถูกนำไปเปรียบเทียบกับผลจากสถาบันอื่นและมั่นทางนิติเวชโรงพยาบาลจุฬาฯมีมาตรฐานเทียบเท่าหลักสากล ซึ่งคาดว่า จะทราบผลการตรวจประมาณ 1 สัปดาห์

ด้าน นางเล็ก เฮงสุวรรณ มารดาของนายสามารถ กล่าวว่า รู้สึกสบายใจมากขึ้นโดยขอให้แพทย์ดำเนินการไปตามขั้นตอน และยังมั่นใจว่าโครงกระดูกที่พบเป็นบุตรของตนเอง เพราะจำเสื้อผ้าที่พบได้ ส่วนผลจะเป็นอย่างไรนั้นขอให้รอฟังจากแพทย์ก่อน
แหล่งข่าว ไอเอ็นเอ็น



วันนี้ (1 ต.ค.) ภายหลังราชบัณฑิตยสถาน ออกมาระบุว่า กำลังสำรวจความคิดเห็นต่อการแก้ไขคำทับศัพท์ภาษาอังกฤษ จำนวน 176 คำ ผู้สื่อข่าวเดลินิวส์ออนไลน์ สอบถามความคิดเห็นกรณีดังกล่าวไปยัง นายสุผจญ กลิ่นสุวรรณ ผู้ประกาศข่าวและพิธีกรรายการอิงลิช เบรคฟาสต์ ของสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ในฐานะกูรูภาษาอังกฤษ กล่าวว่า เห็นด้วยกับการสอบถามความคิดเห็นก่อนตัดสินใจแก้ไข และเข้าใจว่าทางราชบัณฑิตมีเจตนาที่ดีในการแก้ไขคำศัพท์ให้ตรงกับการออกเสียง แต่มีข้อกังวลว่า คำทับศัพท์ที่กำลังพิจารณาเปลี่ยนใหม่จะตรงกับการออกเสียงที่ถูกต้องหรือไม่ เช่น เทคโนโลยี แม้เสนอเขียนใหม่เป็น เทคโนโลยี่ แต่ที่ออกเสียงคือ เทคโนโลจี่ นอกจากนี้ คำศัพท์ภาษาอังกฤษมักออกเสียงได้หลากหลายตามสำเนียงที่แตกต่าง เช่น สำเนียงอเมริกัน สำเนียงอังกฤษ จึงแนะนำให้พิจารณาเรื่องดังกล่าวเพิ่มเติม
นายสุผจญ กล่าวอีกว่า หากมีการแก้ไขคำทับศัพท์ทั้ง 176 คำตามข่าว โดยความเห็นส่วนตัวเกรงว่าจะทำให้คนไทยหันไปเขียนคำเป็นภาษาอังกฤษแทนคำที่คิดว่าเขียนด้วยภาษาไทยแล้วลำบาก ล่าช้าในการพิมพ์หรือเขียน เช่นการแชทหรือพูดคุยผ่านแอพพลิเคชั่นบนโทรศัพท์มือถือ ซึ่งกรณีนี้อาจทำให้คนไทยลืมคำทับศัพท์เหล่านั้นไปเลย
ด้าน นายกิจมาโนชญ์ โรจนทรัพย์ หรือคุณครูลิลลี่ ครูสอนภาษาไทยของสถานบันกวดวิชาพินนาเคิล เปิดเผยว่า หากมีการแก้คำทับศัพท์ใหม่จะทำให้เด็กสับสนในการเรียน จดจำยาก ของเก่าที่เรียนอยู่เดิมก็ยังจำได้ไม่หมด จำได้ไม่ดี อาจส่งผลกระทบไปถึงผู้ปกครองเมื่อต้องสอนบุตรหลานก็จะลำบากยิ่งขึ้น ดังนั้น ไม่อยากให้เปลี่ยน แต่อยากให้ปรับ โดยเน้นที่การสอน แนะอธิบายเรื่องคำยืมจากภาษาอื่นหรือคำทับศัพท์ให้ชัดเจน ว่าเขียนอย่างไร ออกเสียงอย่างไร จะเป็นทางที่ดีกว่า เพราะภาษาไทยไม่ใช่ภาษาคาราโอเกะ 
ทั้งนี้ การเขียนศัพท์ใหม่ให้ตรงกับการออกเสียง ทางราชบัณฑิตยสถาน แบ่งออกเป็น 7 แบบ ประกอบด้วย 1.คำที่ใส่เครื่องหมายไม้ไต่คู้เพื่อแสดงสระเสียงสั้น เช่น เทนนิส-เท็นนิส แบคทีเรีย-แบ็คทีเรีย  2.คำที่เปลี่ยนตัวพยัญชนะเป็นอักษรสูง เช่น ไนต์คลับ-ไน้ต์ขลับ แฟลต-แฝล็ต 3.คำที่ใส่เครื่องหมายวรรณยุกต์เอก เช่น กอริลลา-กอริลล่า แคลอรี-แคลอรี่
4.คำที่ใส่ ห นำเพื่อแสดงเสียงวรรณยุกต์เอก เช่น คลินิก-คลิหนิก กะรัต-กะหรัต 5.คำที่เติมเครื่องหมายวรรณยุกต์โท เช่น กลูโคส-กลูโค้ส มอเตอร์-มอเต้อร์ 6.คำที่เติมเครื่องหมายวรรณยุกต์ตรี เช่น กอล์ฟ-ก๊อล์ฟ แบงก์-แบ๊งก์ และ 7.คำที่มีหลายพยางค์ เช่น คอนเสิร์ต-ค็อนเสิร์ต คอมพิวเตอร์-ค็อมพิ้วเต้อร์.
แหล่งข่าว เดลินิวส์

                         1 ต.ค.55 ร.ต.ต.กมลศิลป์ สิงหสุริยะ ประธานสมาพันธ์หมู่บ้านเสื้อแดงแห่งประเทศไทย ทำการเปิดตัวกองทุนชุมชนหมากแข้ง ซึ่งเป็นกองทุนเงินกู้แห่งแรกของจังหวัดอุดรธานี ที่ดำเนินการโดยสมาพันธ์หมู่บ้านเสื้อแดงแห่งประเทศไทย โดยมีนายอานนท์ แสน่าน ผู้ริเริ่มก่อตั้งหมู่บ้านเสื้อแดงฯ , นายสำราญ สายชนะ ผช.ผู้จัดการสวนจตุจักร และในฐานะของผู้ประสานงานในการจัดตั้งกองทุนเงินกู้ชุมชนหมากแข้ง และนางรัตนนาวรรณ สุขศาลา ประธานกองทุนชุมชนหมากแข้ง
นายสำราญ กล่าวถึงจุดประสงค์ในการจัดตั้งกองทุนเงินกู้ชุมชนหมากแข้งว่า เพื่อเป็นแหล่งเงินกู้ให้กับพ่อค้าแม่ค้าในตลาดบ้านห้วย ที่ทำกิจการค้าและมีความจำเป็นที่จะต้องไปขอกู้เงินนอกระบบมาทำเป็นเงินทุน และจะเป็นก้าวแรกของการจัดตั้งแหล่งเงินกู้ โดยขอตั้งเป็นกองทุนในการดำเนินการนำร่องไปก่อน และในอนาคตนั้นจะขออนุญาตจัดตั้งเป็นสหกรณ์ เพื่อให้บริการแบบครบวงจร
                         นางรัตนนาวรรณ ประธานกองทุนฯ กล่าวว่า ในขณะนี้กองทุนมีสมาชิกกองทุนฯแล้ว จำนวน 198 คน และกองทุนมีคณะกรรมการดำเนินการจำนวน 20 คน ซึ่งกฎระเบียบของกองทุนฯ ได้นำเอาแบบอย่างมาจากกฎระเบียบของสหกรณ์และกองทุนหมู่บ้านมาประยุกต์เข้าด้วยกันในการดำเนินการ
                         "ประเด็นสำคัญก็คือผู้ที่มีสิทธิ์ขอกู้เงินได้นั้นจะต้องเป็นสมาชิกฯ และจะต้องมีการรวมกลุ่มกันให้ได้ กลุ่มละ 5 คน เพื่อขอยื่นเอกสารการกู้ โดยสมาชิกของกลุ่มจะทำหน้าที่ค้ำประกันไขว้กันสมาชิกสามารถกู้ครั้งแรกได้จำนวน 10,000 บาท ดอกเบี้ยร้อยละ 3 บาท/เดือน การชำระเงินกู้คืน ก็ส่งเดือนละ 1000 บาท เป็นเวลา 11 เดือน และเมื่อส่งเงินกู้ไปได้ 6 เดือน โดยไม่ขาดส่ง สมาชิกก็สามารถยื่นความจำนงขอกู้ได้อีก และทางกองทุนจะทำการพิจารณาหากเป็นสมาชิกชั้นดี ก็จะพิจารณาเพิ่มจำนวนเงินกู้เพิ่มตามระเบียบ แต่อย่างไรก็ตามจะต้องชำระเงินกู้เก่าให้หมดก่อนถึงจะได้รับเงินกู้ใหม่ ทั้งนี้หากผู้กู้รายใดไม่ส่งชำระเงินกู้ ผู้คำประกันของกลุ่มจะต้องร่วมกันรับผิดชอบ นอกจากนี้แล้วสมาชิกกองทุนยังสามารถซื้อหุ้นได้ในราคาหุ้นละ 10 บาท ต่ำสุดอย่างน้อย 10 หุ้น สูงสุดไม่จำกัดจำนวนหุ้น และสิ้นปีก็จะเงินปันผล"
                         ด้านนายอานนท์ แสนน่าน ผู้ริเริ่มก่อตั้งหมู่บ้านเสื้อแดง เปิดเผยว่า "สำหรับกองทุนชุมชนหมากแข้ง ได้รับการสนับสนุนเงินกองทุนเริ่มต้นจากสหกรณ์ผู้ค้าจตุจักร จำนวน 5 แสนบาท ในอัตราดอกเบี้ยต่ำเป็นกรณีพิเศษ นอกจากกองทุนชุมชนหมากแข้งแล้วนั้น ในขณะนี้ทางสมาพันธ์หมู่บ้านเสื้อแดงฯ กำลังดำเนินการจัดตั้งสหกรณ์ร้านค้า ขึ้นที่ อ.โนนสะอาด 2 แห่ง ได้แก่ที่บ้านทมป่าข่าและบ้านโนนทิง และที่อ.น้ำโสม ที่บ้านนางัว 1 แห่ง ส่วนในภาคอีสานตอนบนได้จัดตั้งสหกรณ์ร้านค้าไปแล้ว 11 แห่ง คือที่ จ.สกลนคร 4 แห่ง จ.บึงกาฬ 4 แห่ง และที่ จ.อุดรธานี 3 แห่ง และในภาคเหนือมีที่ จ.แพร่ 3 แห่ง จ.เชียงราย 4 แห่ง จ.น่าน 5 แห่ง จ.สุโขทัย 1 แห่ง จ.เชียงใหม่ 4 แห่ง และจ.พิษณุโลก 2 แห่ง และในอนาคตจะทำการขออนุญาตจัดตั้งตามพื้นที่ต่างๆเพิ่มขึ้นอีก เพื่อให้พี่น้องประชาชน สามารถหาซื้อสินค้าราคาเป็นธรรมได้อย่างทั่วถึง" นายอานนท์ กล่าว

แหล่งข่าว คมชัดลึก



เมื่อวันที่ 1 ต.ค.  แหล่งข่าวจากกระทรวงกลาโหม ซึ่งที่เป็นหนึ่งในคณะกรรมการตรวจสอบตรวจสอบข้อเท็จจริง  เปิดเผยความคืบหน้ากรณีที่กระทรวงกลาโหมได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีผู้ตรวจราชการแผ่นดินทวงถามถึงการตรวจสอบนายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ  หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และผู้นำฝ่ายค้าน ว่าไม่ได้เป็นเกณฑ์ทหาร และใช้เอกสารเท็จสมัครเข้ารับราชการเป็นอาจารย์ในโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ว่าหลังจากพล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม ได้สั่งการให้กรมพระธรรมนูญ ส่งเรื่องดังกล่าวให้คณะกรรมการกฤษฎีกาตีความ เพื่อดำเนินคดีทางกฤษฏีกาได้ส่งผลกับมาให้ทางกระทรวงกลาโหม
โดยระบุว่าเรื่องนี้เป็นอำนาจของรมว.กลาโหม ในการดำเนินการ ทางรมว. กลาโหมจึงได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นดำเนินการตรวจสอบรายละเอียด โดยมอบหมายให้เจ้ากรมพระธรรมนูญไปดำเนินการเรื่องนี้
 
“ทางกระทรวงกลาโหมยืนยัน ว่าไม่ได้กลั่นแกล้งนายอภิสิทธิ์ และจะต้องใช้ระยะเวลาในการพิจารณาอีกนาน เพราะจะต้องพิจารณาเรื่องของกฎหมายให้ชัดเจน หากไม่ชัดเจนเกรงว่าจะเกิดปัญหากลับมาอีก พร้อมทั้งยืนยันว่าไม่ได้ตามใบสั่งของพรรคเพื่อไทย แต่ทำตามหน้าที่หลังจากสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน แจ้งมาให้ทางกลาโหมดำเนินการหลังมีคนไปร้องเรียนเอาผิดนายอภิสิทธิ์” แหล่งข่าวจากกระทรวงกลาโหม กล่าว
 
ทางด้านพล.อ.อ.สุกำพล ให้สัมภาษณ์ว่า ยังไม่เห็นเรื่องดังกล่าว แต่จะเดินหน้าเรื่องนี้ให้สุดทาง เพราะไม่ทำไม่ได้ แต่วิธีการขอดูอีกครั้งหนึ่งว่าจะต้องทำอย่างไรต่อไป สำหรับคณะกรรมการที่ตรวจสอบนั้น ต้องดูอีกทีว่ามีรายละเอียดเพิ่มเติมอย่างไร ตนไม่อยากรีบตอบอะไรในตอนนี้ เพราะการดำเนินการในขั้นตอนต่างๆ ต้องมีการพิจารณาเพิ่มอีก 
แหล่งข่าว เดลินิวส์



เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2555 “ในหลวง” ทรงห่วงน้ำท่วมประชาชน นำแผนที่ตรวจสอบจุดเปิดปิดระบายน้ำและสร้างเขื่อนช่วยสถานการณ์ให้ดีขึ้น ทรงระบุปีนี้น้ำท่วมน้อยไม่เหมือนปีที่แล้ว “ฟ้าหญิง” รับสั่ง “ในหลวง-พระราชินี” ทรงมีพระอาการปลอดภัยแล้ว ประชาชนไม่ต้องเป็นห่วง สาเหตุที่ยังทรงประทับโรงพยาบาลศิริราช เพื่อให้แพทย์ถวายการรักษาง่ายและไม่ต้องเคลื่อนย้ายอุปกรณ์ทางการแพทย์ด้วย ขณะที่ “ฟ้าหญิง” ทรงเชิญชวนพุทธศาสนิกชนร่วมทำบุญให้สร้างพิพิธภัณฑ์ธรรมเจดีย์ หลวงตามหาบัว

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงรับสั่งว่า ข้าพเจ้าได้รับความไว้วางใจจากพระครูสุดใจ เจ้าอาวาสวัดบ้านตาด ให้มาเป็นประธานฝ่ายฆราวาส ซึ่งข้าพเจ้ามีความพร้อมและยินดีด้วยความเต็มใจเพราะเป็นการแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อท่านพ่อ (หลวงตามหาบัว) ให้อนุชนรุ่นหลังได้ทราบถึงคุณงามความดีของท่านพ่อการก่อสร้างพิพิธภัณฑ์ธรรมเจดีย์ ยึดมั่นแนวทางปฏิบัติของท่าพ่อ คือ ความเรียบง่ายเพื่อที่จะเผยแพร่ประวัติตั้งแต่เกิด และละสังขาร เบื้องต้นได้ประสาน พล.อ.ต.อาวุธ เงินชูกลิ่น ศิลปินแห่งชาติ มาร่วมออกแบบอาคารแต่ด้วยท่านติดภารกิจมากจึงไม่ว่าง ทำให้ข้าพเจ้าหันมามองคนใกล้ตัว คือ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ ให้มาช่วยออกแบบร่วมกับคณะทำงาน ที่แบ่งไว้ 3 ด้าน คือ 1.คณะทำงานฝ่ายวัดป่าบ้านตาด 2.คณะทำงานฝ่ายจังหวัดอุดรธานี และ 3.คณะทำงานฝ่ายออกแบบ ก่อสร้างและศิลปกรรม

โดยคาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จอีก 3 ปี เบื้องต้นยังไม่รู้งบประมาณเท่าไหร่อยู่ระหว่างประเมิน แต่มีทุนการก่อสร้างแล้ว โดยข้าพเจ้าบริจาคเงิน 1 ล้านบาท ประชาชนทั่วไปบริจาคมาแล้วกว่า 85 ล้านบาท และพระอาจารย์อิทธิถวาย วัดป่านาคำน้อย จ.อุดรธานี ซึ่งเป็นลูกศิษย์หลวงตามหาบัว จะหาเงินมาสมทบทุนอีกราว 50 ล้านบาท ทั้งนี้หากประชาชนสนใจร่วมทำบุญด้วยกัน สามารถติดต่อขอบริจาคผ่านทางบัญชี  มูลนิธิจุฬาภรณ์เพื่อสร้างพิพิธภัณฑ์ฯหลวงตามหาบัว ณ วัดป่าบ้านตาด เลขที่บัญชี 229-0-98333-3  แบบสะสมทรัพย์ ธนาคารกรุงเทพ สาขาหลักสี่พลาซ่า
 
ในการนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี รับสั่งถึงพระอาการประชวรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถว่า ทั้งสองพระองค์มีพระอาการที่ดีขึ้นและปลอดภัยแล้ว ประชาชนไม่ต้องเป็นห่วง แต่ที่ยังคงประทับ ณ โรงพยาบาลศิริราช อยู่นั้น เนื่องจากคณะแพทย์ผู้ถวายการรักษาฯจำเป็นต้องติดตามพระอาการอย่างใกล้ชิด อีกทั้งเครื่องมือ อุปกรณ์ในการถวายการรักษานั้นชิ้นใหญ่เคลื่อนย้ายลำบากจึงจำเป็นต้องประทับที่โรงพยาบาล
 
นอกจากนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงรับสั่งถึงสถานการณ์น้ำท่วมว่า หลังจากที่พระองค์รับทราบถึงสถานการณ์น้ำท่วม ทรงนำแผนที่ประเทศมาวางบนพระแท่นเพื่อติดตามดูตลอด ทรงตรวจสอบพื้นที่ต่างๆเพื่อดูว่าจะเปิดปิดประตูน้ำที่ใดบ้าง หรือจะสร้างเขื่อนที่ใดได้บ้าง พร้อมกันนี้พระองค์ทรงโปรดเกล้าฯให้กรมชลประทานเข้าเฝ้าฯ เพื่อรับทราบถึงแนวทางการจัดการน้ำด้วย เพราะพระองค์ท่านทรงห่วงประชาชนมาก ไม่อยากให้เกิดน้ำท่วมนานและเยอะเหมือนปีที่แล้ว ทั้งนี้ข้าพเจ้าได้ทูลถามพระองค์ว่าปีนี้น้ำจะท่วมเหมือนปีที่แล้วหรือไม่ พระองค์ตรัสว่ามีท่วมบ้างแต่ท่วมน้อยไม่นานเหมือนปีที่แล้ว
 
วันเดียวกัน ที่ศาลาศิริราช 100 ปี โรงพยาบาลศิริราช หัวหน้าส่วนราชการต่างๆ ที่เข้าปฏิบัติงานในตำแหน่งใหม่เป็นวันแรก ตัวแทนหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน  นักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชน จำนวนมาก นำแจกันดอกไม้ พวงมาลัย และสิ่งของต่างๆที่เป็นมงคล มาทูลเกล้าฯถวาย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติฯพระบรมราชินีนาถ ถวายพระพรขอให้ทั้งสองพระองค์ทรงมีพระพลานามัยที่แข็งแรงสมบูรณ์ และมีพระชนมายุยิ่งยืนนาน  อาทิ  พล.อ.ทนงศักดิ์ อภิรักษ์โยธิน ปลัดกระทรวงกลาโหม พร้อมคณะนายทหารชั้นนายพล  พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.พร้อมคณะนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ และนางอรัญญา แสงสิงแก้ว นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ นายชวน ศิรินันท์พร อธิบดีกรมการปกครองและคณะแม่บ้านกรมการปกครอง กลุ่มอาสาพาสุข คณะอาสาสมัครกาชาด สภากาชาดไทย เป็นต้น
แหล่งข่าว เดลินิวส์

คลิปอุบัติเหตุ : ยกล้อโชว์เทพ แต่ล้มอย่าง...
ดูไว้เป็นอุทาหรณ์นะครับ อย่าประมาทเป็นอันขาดไม่งั้นจะเป็นแบบนี้


ขอบคุณ youtube.com

ยังถูกจับตามองอย่างต่อเนื่อง ในเรื่องของการเสียภาษี เพราะถือเป็นซูเปอร์สตาร์สุดฮอตของเมืองไทยคนหนึ่ง ที่มีงานหลั่งไหลเข้ามา ซึ่งล่าสุดก็มีข่าวลือออกมาว่าพระเอกหนุ่มชื่อดัง "ณเดชน์" ถูกเรียกเก็บภาษีย้อนหลัง เป็นเงินเกือบหนึ่งล้านบาท งานนี้พอเจอพระเอกคนดัง เลยรีบเข้าไปตามหาความจริง โดยณเดชน์ให้คำตอบดังนี้
ไม่ได้เป็นการเรียกเก็บภาษีย้อนหลัง แต่เป็นการจ่ายภาษีตามกำหนดเวลา คือเดือนกันยายน เราจะต้องจ่ายภาษีครึ่งปี ตามปกติอยู่แล้ว เราก็ทำตามหน้าที่ของประชาชนคนไทยด้วยการไปจ่ายภาษี ถ้าจำไม่ผิด แม่ผมบอกว่าไปจ่ายมา 9 แสนกว่าบาท แต่ผมไม่แน่ใจในเรื่องตัวเลขว่าเท่าไหร่กันแน่ คงต้องไปถามทางแม่ ในเรื่องของการจัดการเรื่องเงินภาษี ผมกับแม่จะมีอาจารย์ที่แม่รู้จักที่ขอนแก่นเป็นคนคอยให้คำปรึกษาในเรื่องนี้ เลยไม่ค่อยเป็นกังวลเท่าไหร่ เราก็ไปเสียตามที่กฎหมายกำหนด ไม่ได้มีการหลบเลี่ยงจนต้องมาถูกเรียกเก็บภาษีย้อนหลังอย่างที่เป็นข่าว (ยิ้ม)" พระเอกหนุ่มบอก
     
              เคลียร์เรื่องภาษีแล้ว ก็ยังไม่จบเพราะมีข่าวว่า "ณเดชน์" ปล่อยข่าวเรื่องที่ว่าเข้าไปปรึกษาในเรื่องของบทโกโบริ ในหนังคู่กรรมกับ "เบิร์ด-ธงไชย" หวังเกทับคู่แข่งบทนี้อย่าง "บี้-สุกฤษฏิ์" ซึ่งเรื่องนี้ณเดชน์ยืนยันว่าไม่ได้เป็นคนให้ข่าว และไม่เคยคิดแบบนั้นอย่างแน่นอน 
     
              "ผมว่าในเรื่องของความเป็นหนัง กับความเป็นละคร มันแตกต่างกันอยู่แล้ว และผมเองไม่ได้ที่จะเข้าไปขอคำปรึกษากับพี่เบิร์ดโดยตรง มีเพียงการพูดจาผ่านพี่นกน้อย คนสนิทของพี่เบิร์ดเท่านั้นทางโทรศัพท์ ไม่ได้ที่ไปหาพี่เบิร์ดที่ตึกแกรมมี่ ส่วนในบทของโกโบริพี่เบิร์ดเองก็ให้คำแนะนำไปว่าให้ตีความในแบบที่เป็นตัวเองดีที่สุด" ณเดชน์กล่าวปิดท้าย

แหล่งข่าว คมชัดลึก